|
ปกป้องผิวบริเวณนอกร่มผ้าของคุณทุก
ๆ วันด้วยการใช้ครีมกันแดด
สำหรับผิวหน้าควรเลือกตั้งแต่
SPF 15
ขึ้นไป ส่วนผิวกายเลือกตั้งแต่
SPF 8
ขึ้นไป
การใช้ครีมกันแดดควรทาก่อนออกแดดสัก 20- 30 นาที
และหากต้องอยู่ท่ามกลางแดดนาน ๆ ควรหมั่นเติมทุก
30 นาที
ผิวรอบดวงตาที่อ่อนบางของคุณก็ต้องปกป้องเช่นกัน
ลองหา
Eye Cream
ที่มีส่วนผสมของ
SPF
เพื่อปกป้อง
และหาแว่นกันแดดสวมทับเพื่อป้องกันการทำลายจาก
UV
ตัวร้าย
กันไว้ดีกว่าเกิดปัญหารอยหมองคล้ำรอบดวงตา
รวมทั้งริ้วรอยก่อนวัย
หลังการออกแดดอย่าลืมปลอบประโลมผิวของคุณด้วยผลิตภัณฑ์ประเภท
AFTER SUN
เพื่อเป็นการสร้างความผ่อนคลาย
พร้อมคืนความชุ่มชื่นอย่างล้ำลึกให้กับผิว
และยังป้องกันการเกิดอาการผิวแสบร้อนได้อีกด้วย
Mask
พอกหน้าในกลุ่ม
Whitening
เป็นผลิตภัณฑ์ที่คุณสามารถพึ่งพาได้เสมอ เพียง 5
-10 นาทีผิวหน้าของคุณก็จะสวยใส
ผุดผ่องเหมือนเดิมค่ะ
หลีกเลี่ยงการออกแดดในช่วง 10.00
–
15.00 จะเป็นวิธีหนึ่งในการป้องกันผิวถูกทำร้ายจาก
UV
ได้เป็นอย่างดี
วิธีการทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง
1. ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านอย่างน้อง
20-30 นาที เพื่อที่ครีมกันแดดจะได้แห้ง
และซึมเข้าสู่ผิวและสามารถปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
2. ถ้าต้องเผชิญกับแสงแดดแรงๆ
ควรทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง
หรือบ่อยกว่านั้น ถ้าหากคุณว่ายน้ำ
หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง
เพราะครีมกันแดดจะมีปฏิกิริยาต่อแสงแดดทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันลดลง
จึงจำเป็นต้องทาครีมกันแดดซ้ำตลอดวัน
3.
การทาครีมกันแดดควรทาให้ทั่วทั้งตัว
ไม่เน้นจุดใดจุดหนึ่ง
โดยเฉพาะจุดที่เรามักจะลืมหรือทายาก
นั่นคือแผ่นหลัง ด้านหลังขา
หรือถ้าเป็นที่ใบหน้า
ก็ไม่ควรลืมบริเวณจมูกและหูด้วย
จะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟเท่าไหร่ถึงจะเหมาะกับผิวของเราที่สุด
ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าเรามีผิวประเภทใด ซึ่งประเภทของผิวนั้นแบ่งออกได้เป็น
5 ประเภทใหญ่ๆ โดยมีวิธีสังเกตดังนี้
ประเภทที่ 1 พวกที่มีผิวบอบบางมากๆ
ผิวจะไหม้ได้ง่ายมาก
ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีแดงทันทีที่ถูกแสงแดดและลอกออก
เป็นพวกที่ไม่สามารถมีผิวสีแทนได้เพราะผิวจะลอกง่ายมากๆ
ประเภทที่ 2 มีผิวบอบบางมากเช่นกัน
โดยผิวจะไหม้และเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อโดนแดดสักระยะ
และผิวจะคล้ำขึ้นในภายหลัง
ประเภทที่ 3 ผิวค่อนข้างบอบบาง
โดยผิวมีโอกาสไหม้และเปลี่ยนเป็นสีแดงได้เมื่อโดนแสงแดด
แต่จะใช้ระยะเวลานานกว่า 2 ประเภทแรก
สามารถมีผิวสีแทนได้ แต่จะค่อยๆ แทนขึ้นอย่างช้าๆ
แต่จะไม่เข้มมากนัก
ประเภทที่ 4 ผิวบอบบางพอสมควร
จะไม่ค่อยเป็นสีแดงเมื่อถูกแดด
สามารถมีผิวสีแทนไปจนถึงผิวสีน้ำตาลได้ง่ายๆ
ประเภทที่ 5 ผิวบอบบางน้อยที่สุด
ผิวไหม้ยากมาก มีความต้านทานสูง
สู้แสงแดดได้นาน ผิวจะมีสีน้ำตาลอยู่เสมอ
สามารถเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มได้
ประเภทที่ 6 เป็นผิวที่ทนต่อแสงแดดได้มากที่สุด
ไม่มีทางที่ผิวจะไหม้
สีผิวเปลี่ยนได้ยากมากส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่มีผิวสีเข้มจนถึงดำ
เมื่อรู้ว่าตนเองมีผิวแบบใดแล้ว
ก็ควรจะเลือกครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟเหมาะกับผิวของตนเองมากที่สุด
อย่างเช่น ผู้ที่มีผิวบอบบางปานกลาง
ใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ 15 ก็เพียงพอ
หรือมากกว่านั้นถ้าต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ส่วนผู้ที่มีผิวบอบบางมากๆ
หรือเคยได้รับอันตรายจากแสงแดด
ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ 45 หรือ 60
ค่ะ
สำหรับผู้ที่มีผิวที่ทนต่อแสงแดดได้ไม่ใช่ว่าครีมกันแดดนั้นไม่จำเป็นนะคะ
อย่างไรก็ควรต้องใช้ครีมกันแดดอยู่ดีค่ะ
เพียงแต่สามารถเลือกครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟไม่สูงมาก
อาจจะแค่ 8 หรือ 20 ก็เพียงพอแล้ว
เพื่อป้องกันรังสียูวีเอไม่ให้เข้าไปกระตุ้นการทำงานของเมลานินให้ผิดปกติ
และก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังในภายหลังได้ค่ะ
ถ้าเป็นเด็ก ต้องใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ
60 ในการปกป้องผิวเด็กเสมอ
ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรก็ตาม
และควรเลือกครีมกันแดดสำหรับผิวเด็กโดยเฉพาะด้วย
เพียงเคล็ดลับง่ายๆ
เราก็สามารถปกป้องผิวของเราจากอันตรายร้ายแรงจากแสงแดดได้แล้ว
อย่าลืมนะคะว่า
ควรทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ออกจากบ้าน
และหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะแสงแดดนั้นมีอันตรายมากกว่าที่คุณคิดไว้เยอะทีเดียวค่ะ |