|
คุณฐปณ ไชยจันลา หรือ
“คุณเอก”
เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องผ้าไหม
อีกทั้งยังเคยออกแบบตัดเย็บชุดให้กับงานสำคัญหลายแห่ง
ทั้งภาพยนตร์ ละคร ชุดพิธีกร และศิลปินค่ายเพลงดัง
ปัจจุบันนอกจากเป็นเจ้าของร้านฐปณแล้ว
ยังเป็นดีไซน์เนอร์และสไตล์ลิสต์ให้กับค่ายแกรมมี่โกลด์อีกด้วย
วันนี้เขาจะมาช่วยขยับเทรนด์ชุดผ้าไหมมาให้เราได้รู้กัน
“ผมหลงใหลในความหรูหราของผ้าไหม
เพราะตัวเองชอบอ่านนิยายปรัมปราพื้นบ้านและประวัติศาสตร์ไทยหลายๆ
ยุค
ได้เห็นรูปแบบชุดที่หญิงไทยสวมใส่ในแต่ละสมัยแล้ว
ดูน่าทึ่งสวย ละมุนตาเป็นอย่างมาก
ถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ผมรักที่จะทำงานด้านนี้มาตลอด
การเป็นดีไซเนอร์แน่นอนว่าต้องมีการแข่งขันกันตลอดเวลา
ซึ่งเทรนด์ชุดเจ้าสาวของเมืองนอกมักจะออกมาให้เห็นกันบ่อยๆ
มีหลายสไตล์ให้เลือกมากมาย ทั้งหวาน ฟูฟ่อง หรูหรา
ไปจนถึงหวือหวา
แต่ไม่มีทางที่ผู้หญิงไทยจะใส่ชุดอย่างนั้นในบ้านเราได้ทุกชุด
เพราะคนไทยยังถือวัฒนธรรมไทยอยู่
และชุดเหล่านั้นก็สวมใส่ได้เฉพาะในงานเดียวเท่านั้น
ต่างจากชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทยที่มีดีเทลความสวยงามไม่แพ้ชาติไหน
อย่างที่ทั่วโลกต่างรู้จักผ้าไหมไทยกันดี
เสน่ห์ของผ้าไหมอยู่ที่ผู้หญิงคนไหนได้สวมใส่แล้ว
ดูเป็นสาวสวยนุ่มนวลสง่างามขึ้นมาทันตา
จะใส่ในงานยกน้ำชา งานหมั้น งานแต่งงาน
งานราตรีสโมสรฯ หรืองานไหนๆ ก็ไม่มีวันตกยุค
ผมจึงมีแนวคิดสร้างสรรค์สั่งทอผ้าไหมในลวดลายที่ออกแบบเอง
แล้วนำมาตัดเย็บชุดเจ้าสาวที่หรูหราแต่ไม่รุงรังตามความจำเป็นมาแล้วหลายร้อยชุด
เพราะความหรูหราในความหมายของผมนั้นต้องทั้งจับต้องใช้งานได้จริง
และที่สำคัญกว่าคือให้ความสบายแก่ผู้สวมใส่
สิ่งที่ผมทำอยู่นั้นจึงไม่ใช่เรื่องความสวยงามแบบไทยประยุกต์สมัยใหม่เพียงอย่างเดียว
แต่รวมถึงการผสานลวดลายที่คิดขึ้นมาใหม่กับสิ่งประดับที่สามารถตกแต่งให้เข้ากับชุดได้อย่างกลมกลืนที่สุด
สำหรับใครที่ชื่นชอบชุดไทยประยุกต์ลองพิจารณา
ชุดแต่งงานแบบไทย 3 สไตล์ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก
ที่นำไปใส่ได้ทุกงาน กับชุดผ้าไหมสีพาสเทลหวาน
ดูเป็นของคู่กันที่แสนจะลงตัวสำหรับวันที่แสนพิเศษสุด
1. ชุดไทยจักรีประยุกต์
สไบใช้ผ้าซีฟอง ชิ้นบนเป็นผ้าไหมสองเส้นเท็กเจอร์
ต่อด้วยชีฟองบนไหล่ ส่วนช่วงล่าง
เป็นผ้าลูกแก้วที่ออกแบบลายเองเหมาะกับเจ้าสาวที่ต้องการให้ดูสวยอ่อนหวาน
การแต่งหน้าชุดนี้ควรเป็นโทนสีน้ำตาลทอง
ส่วนทรงผมแบบมวยต่ำ
ตกแต่งด้วยดอกกุหลาบขี้หนูสีครีม โอลด์โรส
หรือว่าสีขาว
เสริมลุคลิกให้โดดเด่นด้วยเครื่องประดับชิ้นสวยด้วยเพชร
หรือทับทิมก็ดี
ส่วนรองเท้าแนะนำให้เป็นรองเท้าหน้าหุ้มหลังเปลือย
ที่นำผ้าไหมสองเส้นเท็กเจอร์ที่เหลือจากชุดมาตัดเย็บ
2. ชุดไทยประยุกต์
ดัดแปลงมาจากชุดสมัยแม่พลอยชิ้นบนเป็นผ้าไหมสองเส้นธรรมดา
ตีเกล็ดที่หน้าอกแล้วมีชุดคลุมที่ตัดเย็บด้วยผ้าแก้ว
ชิ้นล่างเป็นผ้ายกที่สั่งทอจากจังหวัดลำพูน
และตกแต่งด้วยป้องกับปัดที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น
ชุดนี้สามารถใส่ได้ทั้งงานยกน้ำชาช่วงเช้า
งานหมั้นช่วงบ่าย
แล้วยังเป็นชุดงานเลี้ยงในช่วงเย็นได้ด้วย
เหมาะกับเจ้าสาวที่เน้นความสวยให้เหมือนนางพญา
การแต่งหน้าควรเป็นโทนสีส้ม ชมพู หรือ น้ำตาลทอง
และทรงผมแบบมวยต่ำ
ส่วนเครื่องประดับให้เป็นเพชรหรือพลอยหลากสี
เสริมความสง่างามให้เข้ากับชุดด้วยรองเท้าหน้าหุ้มหลังเปลือย
ที่นำผ้าไหมสองเส้นธรรมดาที่เหลือจากชุดมาตัดเย็บ
3. ชุดไทยบรมพิมาน
ช่วงบนเป็นผ้าไหมลูกแก้วสีฟ้า
ช่วงล่างใช้ผ้าไหมเรียบ
ตกแต่งด้วยป้องและปัดนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น
ชุดนี้แตกต่างจากชุดไทยบรมพิมานทั่วไป
ที่กระโปรงตัดเย็บให้เป็นหน้านาง 3 ชั้น
เพื่อให้ดูมีความแปลกใหม่
และใช้ผ้าไหมเป็นเข็มขัดคาดเอว
ดูสละสลวยสวยใสขึ้นหลายขุม
การแต่งหน้าควรเป็นสีส้ม ชมพู หรือ น้ำตาลทอง
ส่วนทรงผมแบบมวยต่ำที่ประดับปิ่นทองเล็กๆ น่ารัก 3
อัน ใส่เครื่องประดับเป็นทองเล็กน้อย
หรือทับทิมก็เก๋ไปอีกแบบ
และเพิ่มความโดดเด่นให้ชุดสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยรองเท้าส้นสูงหัวมนที่นำผ้าไหมลูกแก้วที่เหลือจากชุดมาตัดเย็บดีไซน์หรูสวยเฉิดฉายได้อย่างมีสไตล์ |