ทั้งสามชุดนี้เหมาะกับพิธีแต่งงานช่วงกลางวัน สูทกระดุมสามเม็ดถือเป็นแบบคลาสสิก มีไว้ไม่เสียหลายเพราะใสได้แทบทุกโอกาส สำหรับการเลือกสี ถ้าเจ้าบ่าวติดจะเป็นหนุ่มสำอางอาจสวมสูทสีกากี กับโบไทสีแดงเลือดหมูเพื่อให้ไม่ขรึมเกินไป สีเทานั้นเหมาะสำหรับงานที่ค่อนข้างเป็นพิธี การ ต้องพบปะผู้ใหญ่เยอะ ส่วนใครที่อยากประหยัดงบด้วยการใส่ชุดกลางวัน และกลางคืนตัวเดียวกัน แนะนำสูทสีกรมท่า ตัวเดียวอยู่แล้วผูกโบไท สลับกับเนคไทก็พอ
แบลคไทหรือทักซิโดคือชุดสำหรับงานกลางคืนที่เป็นทางการมากถึงมากที่สุด เสื้อผ้าทุกชิ้นต้องใช้ให้ถูกต้องตามแบบแผน เริ่มจากเสื้อเชิ้ต ปกวิงคอลลาร์(Wing-collar) ตีเกล็ดด้านหน้าและติดกระดุมสตั๊ด คาดทับด้วยผ้าคาดเอว หรือ Cummerbund สีดำ สวมทับด้วยแจ็คเก็ต ปกผ้ามัน ผูกโบไทสีดำ (ถ้าบ้านไหนถือเรื่องใช้สีดำในวันมงคลอนุโลมให้เปลี่ยนไปใช้โบไท และ ผ้าคาดเอวสีแดงเลือดหมูแทนได้)
ปิดท้ายด้วยผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อ(Pocket Square) สีขาวสะอาดตา ในกรณีจัดงานแบบเอ๊าดอร์ปาร์ตี้ ไม่มีพิธีรีตองมากนัก เจ้าบ่าวสามารถสวมสูทสีขาวทั้งชุดได้ แต่ควรเลือกโบไทสีขรึมสักหน่อย เพื่อให้ดูแมนขึ้น รองเท้าที่สวมกับชุดแบบนี้ควรเป็นสีน้ำตาล สีเบจ สีกากี หรือทูโทน (เช่น รองเท้าผ้าลินินขลับหนังสีน้ำตาล) ถุงเท้าก็ต้องเป็นสีอ่อนเช่นกัน ส่วนสูทคอจีนตามกระแสโอเรียนทัลชิคที่กำลังมาแรง เพื่อเจ้าบ่าวที่มั่นใจและรักสนุกกับแฟชั่น ชุดนี้เรียบร้อยพอสำหรับพิธีทั้งในตอนเช้าและค่ำ ปิดท้ายด้วยใครที่อยากผูกโบไทสีขาว แนะนำให้สวมเสื้อกั๊กสีขาว ทับเสื้อเชิ้ตตัวในแทนการใช้ผ้าคาดเอวสีดำ(ซึ่งเขาไม่นิยมใส่กัน) แล้วเปลี่ยนมาใช้ดอกไม้สีอ่อน ๆ เสียบอกเสื้อแทนผ้าเช็ดหน้าก็หล่อดี กระซิบนิดนึ่งว่าชุดแบบนี้ชาวตะวันตกนิยมใส่ในงาน Summer Evening หรือ พิธีหน้าร้อนเท่านั้น ในการเลือกชุดเจ้าบ่าว ควรคำนึงถึงสีสันและสไตล์ของชุดเจ้าสาวด้วย อย่าลืมว่าคุณสองคนต้องถ่ายรูปร่วมกัน ในเกือบทุกอิริยาบถ หากเจ้าบ่าวแต่งชุดคนละทิศคนละทางกับเจ้าสาว เช่น เจ้าบ่าวเลือกสูทแบบโอเรียนทัล แต่เจ้าสาวสวมชุดวิวาห์สไตล์ฝรั่งเศส ภาพที่ออกมาอาจดูขัดตาแทนที่จะสวยงามกลมกลืน