|
เพชร
ถูกค้นพบในประเทศอินเดีย ประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว
ชื่อของเพชรในภาษาอังกฤษว่า DIAMOND มาจากคำในภาษากรีกโบราณว่า
ADAMAS ซึ่งแปลว่า “ ไม่มีวันแพ้”
มีความยืนยงคงกระพันประกายน้ำอันแวววาว
ทำให้เพชรกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่อมตะยั่งยืนนาน
เพชรจึงเป็นสิ่งเลอค่าอมตะอย่างแท้จริง |
 |
|
|
|
|
เพชรมีความหมายพิเศษในความนึกคิดและจิตใจของมนุษย์
คนในสมัยก่อนเชื่อว่าเพชรมีพลังวิเศษ
จึงได้พยายามเสาะแสวงหา ทำสงครามแย่งชิง
เพื่อให้ได้มาซึ่งเพชรอันล้ำค่า
ตลอดจนยกย่องว่าเพชรควรค่าแก่การสักการะ
บ้างก็เชื่อว่าเพชรคือ สะเก็ดของดวงดาวที่ตกลงมาสู่พื้นโลก
บ้างก็ว่า เพชรคือ หยดน้ำตาของพระผู้เป็นเจ้า |
|
|
|
นับตั้งแต่โบราณกาลมาแล้วชนชาติต่างๆ
มีประเพณีการใช้แหวนเป็นสื่อรัก โดยเริ่มจากแหวนห่วงเหล็กธรรมดา
ซึ่งหมายถึงวัฎจักรแห่งชีวิตที่วนเวียนเรื่อยไปไม่มีจุดจบ
จวบจนศตวรรษที่ 15 แหวนสัญลักษณ์แห่งวัฎจักรชีวิตจึงถูกนำมาผนวกรวมกับเพชรอันหมายถึง
รักที่มั่นคงและซื้อสัตย์
แหวนหมั้นเพชรจึงเริ่มต้นบทบาทสำคัญในการเป็นสื่อสัญลักษณ์ระหว่างชายหนุ่มและหญิงสาวให้คงอยู่ตราบนิรันดร์
ในปี ค.ศ. 1477 อาร์ชดยุ๊คแม็กชิมิเลี่ยน แห่งออสเตรีย
ได้ประทานแหวนเพชรแก่แมรี่เบอร์กันดีซึ่งเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับของกำนัลสูงสุดแห่งความรักคือแหวนหมั้นประดับเพชร
ที่มีวิวัฒนาการมาจากในยุคแรกเป็นผลึกเพชรจากธรรมชาติที่ยังมิได้ผ่านการเจียระไนให้เปล่งประกายเจิดจ้าดังเช่นปัจจุบัน |
|
|
|
 |
ศตวรรษที่ 15
ตัวเรือนแหวนที่หนาหนักได้รับการพัฒนามาจนถึงศตวรรษที่ 19
ทิฟฟานีแห่งนิวยอร์ค
ได้ออกแบบแหวนหมั้นเพชรให้ตัวเรือนบางเฉียบ ใช้หนามเตยบางๆ
6 อัน เกาะเกี่ยวยึดเพชรเดี่ยวที่ประดับหัวแหวน
ซึ่งเรียกว่า “SOLITAIRE”
ที่มีรูปแบบคลาสสิคและเป็นที่นิยมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน |
|
|
|
|
ปัจจุบันประเพณีการมอบเพชรเป็นของขวัญของกำนัล ยังคงเป็นที่นิยม
แม้เจ้าสาวก้นิยมมอบแหวนประดับเพชรเพื่อตอบรักเจ้าบ่าว
และคู่สมรสที่ฉลองครบวาระแต่งงานสามีจะมอบเพชรครบรอบแต่งงานให้ภรรยา
เพราะเพชรคือสัญลักษณ์แห่ง “รัก”
ตราบนิรันดร์นั่นเอง |
|
|