|
เชียงราย สูงสุดแดนสยาม
แวะพักเอาแรงทีตัวเมืองเชียงรายก่อนออกเดินทางสู่แดนชา
ดอยวาวี
ระหว่างทางเราแวะที่โครงการเขื่อนแม่สรวย
มองเห็นผืนน้ำใสราวกระจกเหนือเขื่อน
ที่นี่เป็นจุดพักรถสำหรับนักท่องเที่ยวมีทั้งที่พัก
ร้านอาหาร
และกิจกรรมท่องเที่ยวทางน้ำอย่างล่องแพไว้ให้บริการด้วย
ออกจากเขื่อนแม่สรวยเรามุ่งหน้าตรงสู่ดอยวาวี
ที่เป็นแหล่งงของชาโดยธรรมชาติ
เป็นชาป่าพันธุ์พื้นเมืองที่เรียกกันว่า
ชาอัสสัม ชาวเหนือนิยมเอาไปหมักทำเมี่ยง
และชงเป็นชาแดง แรก ๆ
ชาววาวีก็ปลูกชาเป็นอาชีพ
แต่ชาพื้นเมืองที่นี่ผลผลิตไม่ค่อยดี
และเสียค่าคนส่งแพง ราคาก็เลยแพงตาม
จนคนในหมู่บ้านหันไปปลูกผลไม้พวกลิ้นจี่และส้มแทน
ต่อมีการนำพันธุ์ชาอู่หลงก้านอ่อนจากใต้หวันมาปลูกแทนชาพื้นเมืองดั้งเดิม
คุณพินิจ
พิทักษ์วารี หรือ พังโก
เจ้าของแปลงชาพันธุ์ดีจากใต้หวันรายแรกบนดอยวาวีเล่าให้ฟังถึงการได้มาซึ่งพันธุ์ชาชั้นดีที่ชื่นชอบและสนใจ
ขนาดลงทุนซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางไปเที่ยวใต้หวันเพื่อขอซื้อพันธุ์ชามาปลูก
และพังโกเองก็เป็นเจ้าของร้านใบชาศิริภัณฑ์
อันเป็นร้านจำหน่ายชาแห่งเดียวบนดอยวาวีด้วย
จากบ้านวาวีเราต้องเลี้ยวขึ้นเขาต่อไปอีก
ค่อยถึงดอยเลาลี
บนลาดไหล่เขาแถบนี้จะเห็นไรชาปลูกอย่างมีระเบียบเป็นแถวเป็นแนวลดหลั่นลงมา
เราชมไร่ชากันเพลินจนเกือบขับรถเลย
เลาลี รีสอร์ท
จนเราต้องเบรกกันตัวโก่ง
ก่อนเลี้ยวเข้าสู่ตัวรีสอร์ท
เลาลีรีสอร์ท
เป็น บ้านพักในไร่ชา
ที่เรียงรายล้อมรอบด้วยต้นชา
ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ไม่มีแอร์
แต่มีน้ำอุ่น เพราะที่นี่อากาศหนาวทั้งปี
ตัวบ้านตั้งเรียงเป็นแถวอยู่บนไหล่เขา
เมื่อออกไปนั่งตรงระเบียงหลังห้อง
จะมองเห็นทิวเขาที่เรียงรายด้วยไร่ชาเป็นแถว
ฝนตกอากาศเย็นๆ อย่างนี้
ทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ
โรแมนติกอย่าบอกใครเชียว
เราเดินจูงมือกันชื่นชมความงามของธรรมชาติโดยรอบ
แล้วไปอิ่มอร่อยปิดท้ายวันด้วยเมนูอาหารจีนแบบยูนนาน
ไม่ว่าจะเป็น ขาหมู หมั่นโถว หมูน้ำค้าง
ไข่ยัดใส้ยูนนาน และยำใบชาปลากระป๋อง
พอหนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน
เราจึงเข้านอนเอาแรง
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันรุ่งขึ้นค่ะ
เราตื่นกันแต่เช้าตรู่
มาชื่นชมทะเลหมอกโอบกอดขุนเขายามเช้า พร้อมจิบชาที่หอมละมุน
ชุ่มคอ เราใช้เวลาทานอาหารเช้า
พร้อมชื่นชมธรรมชาติ
เพื่อซึมซับความสุขให้มากที่สุด
ก่อนออกเดินทางไปที่ดอยช้าง
กันต่อ โดยเราไปแวะกันที่
ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย
2 (วาวี)
ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงรายเลยล่ะค่ะ
โดยเฉพาะที่จุดชมวิวบนยอดเขาแล้วละก็งามจริง
ๆ
เพราะตกแต่งประดับประดาด้วยพรรณไม้อย่างงดงาม
ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งเลย
ที่ศูนย์นี้ก็มีที่พักให้บริการด้วยนะคะ
ยังมีจุดอื่นที่สนใจให้เที่ยวชมอีก
ไม่ว่าจะเป็นสวนพรรณไม้หอมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
ที่ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นภายในพื้นที่ 3
ไร่ อบอวลด้วยพรรณไม้หอมนานาชนิด
เรียงรายอยู่ริมทางเดิน
สวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว
ก็เข้าท่าตกแต่งเป็นสวนหย่อมมีธารน้ำไหลผ่าน
มีศาลาพักผ่อนสำหรับนั่งชมพรรณไม้ดอกนานาชนิดสะพรั่งบานโดยรอบ
ห่างจากแปลงไม้ดอกเมืองหนาวไปตามทางลาดชันพื้นที่กว่า
22
ไร่สองฟากฝั่งเรียงรายด้วยผลไม้เมืองหนาวที่ปลูกลดหลั่นตามลาดเขา
เราปิดท้ายการเดินทางกันที่ดอยตุง
หลังจากที่เราขับรถวกเวียนฝ่าม่านฝนขึ้นไปจนถึง
สวนรุกขชาติดอยช้างมูบ
พอเดินเข้าไปภายในบริเวณสวนกุหลาบพันปี
ตามทางเดินลดเลี้ยวลงไปตามลาดเขา
ก็ต้องตะลึงกับภาพที่เห็น
ม่านหมอกสีขาวได้เข้าห่มคลุมทั่วอาณาบริเวณ
สองฟากมีดอกไม้บานสะพรั่งท่ามกลางม่านหมอก
รู้สึกเคลิ้ม ๆ
เหมือนได้มาเดินอยู่ในดินแดนแห่งความฝัน
เราออกจากสวนรุกขชาติฝ่าสายหมอกพักเดียวก็ถึงพระธาตุดอยตุง
วันนี้องค์พระธาตุดูสวยแปลกตากว่าที่เคย
แล้วเราก็ไปหยุดพักกันที่
พระตำหนักดอยตุง
เป็นการปิดท้ายการเดินทางครั้งนี้
จบการเดินทางครั้งนี้แล้ว
เราทั้งสองรู้สึกติดใจกับการเดินทางหน้าฝนเสียแล้ว
เพราะมีดีหลายอย่าง
นอกจากจะไม่ต้องแย่งกิน
แย่งเที่ยวกับใครแล้ว เรายังได้เห็นภาพสวย
ๆ
ในบรรยากาศที่แตกต่างจากที่เคยเห็นโดยทั่วไป
สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองเที่ยวหน้าฝน
ก็อยากให้ลองสักครั้งค่ะ ไม่แน่อาจติดใจ
ถึงขนาดต้องรอให้ฝนตกก่อน
จึงยอมออกเดินทางไปเที่ยวก็ได้ค่ะ |