July 30, 2010
Sign in   Register  
 
 

http://www.wedding.in.thMY WEDGUIDE & IDEASFASHIONJUST MARRIEDHONEYMOONDIRECTORYREAL WEDDINGWEB BOARDNEWSLETTER

หน้าแรก > Honeymoon
 

                            เขาใหญ่ 
                นอนเต็นท์ เดินป่า ขี่เสือภูเขา
 
ในฤดูฝนพรำแบบนี้ จะชวนหวานใจไปเที่ยวด้วยกันทั้งที ขอบอกว่าเขาใหญ่นั้นน่าไปเป็นที่สุด ทั้งป่า ทั้งทุ่งหญ้าเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ ธารน้ำใสไหลเย็น น้ำตกสาดกระเซ็นเป็นสาย มีสัตว์น้อยใหญ่มากมาย อากาศก็สดชื่น
 

 

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้
 





สมกับที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น “อุทยานมรดกโลก” อีกทั้งอยู่ไม่ไกล และการเดินทางก็แสนสะดวก

เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางสายพหลโยธิน แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 – ถนนมิตรภาพที่สระบุรี เลี้ยวขวาอีกทีเข้าสู่ถนนธนะรัชต์—ทางหลวงหมายเลข 2090 บริเวณทางต่างระดับก่อนถึงปากช่อง จากนั้นขับตรงมาอีกราว ๆ 2.5 ก.ม. ก็จะเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระยะทางโดยรวมประมาณ 260 ก.ม. ใช้เวลาไม่นานเลย ในการเข้าชมอุทยานต้องเสียค่าธรรมเนียนนิดหน่อย ในอัตราผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท และถ้าขับรถเข้ามาต้องเสียเพิ่มคันละ 50 บาท โดยไม่รวมคนขับ

อุทยานแห่งนี้เป็นอุทยานแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่บนทิวเขาสันกำแพง ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของที่ราบสูงโคราช มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และอุทยานแห่งชาติทับลาน ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่นับล้านไร่ มากกว่าเนื้อที่ทั้งหมดของกรุงเทพมหานครซะอีก น่าทึ่งมากเลยที่อุทยานแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ถึง 4 จังหวัด พื้นที่ครึ่งหนึ่งอยู่ในเขตจังหวัดปราจีนบุรี และส่วนที่เหลือบางส่วนอยู่ในเขตจังหวัดนครนายก จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดสระบุรี สภาพป่าของที่นี่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ จึงกลายเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำที่สำคัญของลำห้วยหลายสาย เป็นบ้านหลังใหญ่ของบรรดาสัตว์ใหญ่น้อย ตลอดจนแหล่งพึ่งพิงทางอาหารของสิ่งมีชีวิตทั่วไป

สำหรับตอนนี้จุดแรกที่เราจะแวะเที่ยวลงไปชม คือ ทุ่งหญ้าหนองผักชี ที่นี่เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ และเป็นจุดหากินของ

สัตว์ป่า ซึ่งทางอุทยานได้สร้างเป็นโปร่งเทียมขนาดใหญ่ เพื่อทดแทนแหล่งเกลือธรรมชาติที่มีธาตุแคลเซี่ยมและเกลือโซเดียมปนอยู่ในดิน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างกระดูกและฟันของบรรดาสัตว์ป่า จากจุดนี้หากเดินลึกเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะได้พบกับหอดูสัตว์ที่ทางอุทยานสร้างไว้บริการนักท่องเที่ยวให้ขึ้นไป เพื่อชมทิวทัศน์บริเวณโดยรอบได้ จากหนองผักชี เราหยุดแวะที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ชมประวัติความเป็นมาของอุทยาน และขอข้อมูลจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่อยู่ข้าง ๆ ที่ทำการนั่นเอง ทางเจ้าหน้าที่บอกกับเราว่า ที่นี่ถือเป็นแหล่งรวมข้อมูลทั้งหมดของทางอุทยาน และถ้าใครจะขออนุญาตตั้งเต็นท์พักแรมค้างคืน หรือทำอะไรภายในอุทยานจะต้องติดต่อกับที่นี่ทั้งหมด
ที่ด้านข้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีสะพานแขวนข้าวห้วยลำตะคอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินศึกษา

ธรรมชาติ ลำตะคอง-กองแก้ว มาป่าทั้งทีจะพลาดการเดินป่าได้ยังไง เราเตรียมตัวกันสักครู่ แล้วก็เริ่มออกเดิน เส้นทางนี้เป็นเส้นทางสั้น ๆ เพียง 1-2 กิโลเมตร เดินสบาย ๆ เป็นวง เริ่มต้นตรงไหนก็กลับมาที่เดิม ในการเดินป่าทางเจ้าหน้าที่จะมีข้อห้ามในเรื่องการทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ให้อาหารสัตว์ เราเดินขึ้นเนินย่ำเท้าผ่านป่า ตลอดเส้นทางจะมีป้ายให้ความรู้ติดไว้เป็นระยะ เส้นทางจะพาเราวกกลับมาข้ามสะพานแขวนอีกครั้งบริเวณน้ำตกองแก้ว เส้นทางนี้เป็นเพียงหนึ่งในจำนวนหลากหลายเส้นทางที่มีในอุทยาน ซึ่งนอกจากเราจะได้ชมพันธุ์ไม้ต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นจุดดูนกที่ดีอีกด้วย

ทริปนี้เราตั้งใจมาเสพธรรมชาติกันให้เต็มอิ่ม จุดแวะพักอีกแห่งของเราจึงเป็นที่ มอสิงโต ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันตามแค้มป์สมัยที่ทหารอเมริกันมาใช้เขาใหญ่ทำกิจกรรมทางทหาร โดยไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสิงโตที่เป็นสัตว์สักนิด ที่นี่เป็นแหล่งหากินที่สำคัญของบรรดาเก้งและกวางป่า ทางด้านขวาเป็นที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำมอสิงโต ส่วนด้านซ้ายจะมีหอดูสัตว์มอสิงโต ซึ่งจากหอนี้จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเขาเขียว และเขาร่มซึ่งเป็นเขาที่สูงที่สุดในเขตเขาใหญ่ที่ทอดตัวขนานไปจรดแนวทุ่งหญ้ากว้าง จากมอสิงโตตรงขึ้นมา แล้วเลี้ยวซ้ายมาไม่ไกล เราก็มาถึงจุดพักแรมในค่ำคืนนี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบของ ผากล้วยไม้ ที่นี่คือจุดกางเต็นท์จุดเดียวในเขาใหญ่สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะพักแรมอย่างเรา ที่เขาใหญ่จะมีหน่วยพิทักษ์เขาใหญ่ 19 ที่ให้บริการติดต่อขอการเต็นท์ได้โดยตรง พร้อมบริการเช่ายืมอุปกรณ์เพื่อการพักแรมต่าง ๆ ที่จำเป็นด้วย เรากางเต็นท์กันเสร็จสรรพ นั่งพักพอหายเหนื่อย จากนั้นก็ไม่รอช้าชวนกันนำเสือภูเขาคันเก่งออกมา เพื่อออกกำลังเดินทางไป น้ำตกเหวสุวัต ซึ่งอยู่ห่างออกไป 3 ก.ม. ไป-กลับก็ 6 ก.ม. กำลังพอดี เส้นทางนี้เป็นทางเรียบบ้างสลับเนิน เราขี่กันไปแบบสบาย ๆ เพราะจักรยานเสือภูเขาถูกนำมาให้ช่วยผ่อนแรงเวลาขึ้นเนินได้เป็นอย่างดี เราผ่านทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ ตรงเข้ามาพอสุดถนนธนะรัชต์ ก็ได้ยินเสียงซู่ซ่าสะท้านดังของน้ำตกนำหน้ามาก่อนที่เราจะได้เห็นภาพของน้ำที่ไหลตกจากหน้าผาสูงชันราว 20 เมตร ลงมาสู่แหล่งน้ำและลำธารเบื้องล่าง ช่วงฤดูฝนแบบนี้น้ำตกจะมีความสวยงามมากที่สุด น้ำในแอ่งใสหน้าลงเล่น แต่ก็ค่อนข้างอันตรายเพราะน้ำมากไหลแรงแถมยังเย็นจัด ต้องใช้ความระมัดระวังกันมากหน่อย จากน้ำตกเหวสุวัตินี้ยังมีทางเดินแยกไปสู่ น้ำตกเหวไทร และ น้ำตกเหวประทุน ได้อีกด้วย เราสองคนเตรียมอาหารมาปิกนิกมื้อเย็นกันที่โขดหินรอบน้ำตกนี่เอง ลมพัดละอองน้ำปลิวมาเบาเย็นฉ่ำชื่น ได้ออกมาสัมผัสธรรมชาติแบบนี้รู้สึกสบายดีจัง หลังพระอาทิตย์ตกดิน เรายังมีนัดกับการนั่งรถกระบะไปส่องสัตว์รอเราอยู่ หวังว่าจะได้เจอกับสัตว์เจ้าประจำอย่าง เก้ง กวาง ลิง ชะนี อีเห็น เม่น และช้าง ให้ทริปนี้เติมเต็มความเป็นธรรมชาติได้สมบูรณ์แบบจริง ๆ

   

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก I Do

 
 
 

 

 Wedding in Thailand Home | My Wedding | Planning | Fashion | Beauty | Just Married | Travel | Shopping | Web Board | Newsletter | Advertise | Contact Us
 Wedding Planner Co., Ltd. 169/86 Ratchadapisek Rd. , Dindang Bangkok 10400  Tel : 02 692 9178-9 , 089 113 3833 , 085 164 8292 >Fax : 02 692 9179   Contact : info@wedding.in.th
Office Wedding Cartoon  Animation Tel : 081 551 2265 , 082 566 9622
 Copyright 2003-2009 Wedding Planner Co.,Ltd.