|
มุ่งหน้าสู่พุกาม (ปะกั่น-Pagan)
เมืองเลื่องชื่อเรื่องเครื่องเขิน และเป็นเมืองโบราณ
ซึ่งเคยตกเป็นเมืองขึ้นแห่งที่สองของอังกฤษต่อจากย่างกุ้งนั้นเรียกความประทับใจได้ตั้งแต่ก่อนเครื่องจะลงจอดที่สนามบินเสียด้วยซ้ำ
พุกามหรือปะกั่นเป็นเมืองที่มีโบราณสถานทางพุทธศาสนาจำนวนมาก
ว่ากันว่าที่นับแล้วมีถึง 2,700 แห่ง
ส่วนที่ยังไม่ได้นับยังมีเหลือคณนา แม้จะมีศาสนสถานจำนวนมาก
แต่เกือบทุกแห่งยังมีผู้คนเข้าไปกราบไหว้ บูชา
เข้าไปนั่งวิปัสนนากรรมฐาน และพักพิงใจ
ดังนั้นที่นี่จึงไม่ได้มีแค่ความน่าทึ่งของจำนวนวัด
แต่ยังถูกเติมเต็มด้วยความมีชีวิตชีวา
ไม่แห้งแล้งรกร้างและโดดเดี่ยวเหมือนที่อื่น หากที่ใดชำรุด
ชาวเมืองก็จะรีบซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมหรือดียิ่งกว่าเดิม
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้สิ่งก่อสร้างสำคัญ ๆ
ในพม่าไม่ได้เข้าไปอยู่ในสารบบขององค์การยูเนสโกกับเขาเสียที
การมาเที่ยวที่พุกามควรไกด์ เพราะต้องเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่าง
ๆ
บางแห่งต้องให้ไกด์เข้าไปขออนุญาตเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประจำวัดหรือเจดีย์เปิดห้องให้ดู
สถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นด่านแรกจากสนามบินคือ
ตลาดนองอู (Nyaung U)
อยู่เขตเมืองเก่า (Old Pagan)
ใครที่อยากสัมผัสไลฟ์สไตล์โดยแท้ของพม่าต้องแวะตลาดเช้าแห่งนี้
ชาวบ้านจะนำผักสด ผลไม้สด ปลาเล็กปลาน้อยและของพื้นเมืองมาวางขาย
ยิ่งถ้าได้ซอกแซกเลี้ยวเข้าซอยเล็กซอยน้อยจะพบมนตร์เสน่ห์แห่งวิถีชาวบ้านที่น่าชื่นใจ
ที่พุกามมีโบราณสถานสำคัญอยู่
10 แห่ง แต่ละแห่งมีประวัติที่น่าสนใจ
หากไม่มีเวลาก็เลือกชมบางแห่งได้
เริ่มจากที่เด่นที่สุดต้องยกให้เจดีย์ชเวซีโช่ง
(Shwezigon Pagoda)
สถูปรูปแบบดั้งเดิมของพม่า เป็นที่ประชุม
สวดมนต์ของชาวพุทธนิกายเถรวาทมาช้านาน
เจดีย์แห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าสวยงามและสมบูรณ์แบบที่สุด
ส่วนฐานชั้นล่างมีไม้แกะสลักเป็นนัต
หรือเทพที่ชาวบ้านบูชามาตั้งแต่ดั้งเดิมจำนวน 37 องค์ด้วย
ต่อด้วยการเยี่ยมชมวัดอนันดา (Ananda
Temple) เป็นวัดที่มีสีขาวมองเห็นได้แต่ไกล
มีตำนานที่สะเทือนใจว่าวัดนี้สร้างในสมัยพระเจ้าญาณสิทธา
พระองค์ปลื้มปีติกับวัดนี้มากและเกรงว่าจะมีใครมาสร้างซ้ำ
จึงได้รับสั่งให้ประหารชีวิตนายช่างทั้งหมด
วัดนี้มีโครงสร้างเป็นสี่เหลี่ยม
ที่แกนทึบแต่ละด้านทำรวงเข้าไปเป็นซุ้มพระยืนขนาดใหญ่ทั้ง 4
ซุ้มซึ่งงดงามมาก จากนั้นแวะเจดีย์มิงกะลาเซดี
(Mingalazedi) เจดีย์หลวงองค์สุดท้ายที่สร้างขึ้นในยุคสร้างวัด
ถือเป็นสุดยอดของสถาปัตยกรรมในหมวดเจดีย์แบบบะหม่าเลยทีเดียว
สิ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนที่ชอบงานงานศิลป์คือแผ่นกระเบื้องดินเผาเล่าเรื่องราวชาดกต่าง
ๆ ประดับอยู่ภายในเจดีย์ซึ่งประตูทางขึ้นจะถูกล็อกไว้ตลอดเวลา
ต้องให้ไกต์ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อมาเปิด
ต่อจากนั้นไปชมวัดดัมมะหยั่นจี (Dhammayangyi
Template) ถือเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในพุกาม
และได้รับอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดเช่นกัน
วัดนี้น่าสนใจเรื่องของฝีมือการก่อศิลา
มีตำนานที่ชวนขนลุกว่าพระเจ้านะระตู่ผู้สร้างวัดแห่งนี้ควบคุมการสร้างและตรวจสอบผลงานด้วยตัวเอง
ความที่พระองค์เป็นคนละเอียดมาก
หากศิลามีช่องว่างพอที่จะให้เข็มเสียบเข้าไปได้
พระองค์จะสั่งประหารช่างผู้นั้นทัน วัดติโลมินโล
(Htilominlo Temple) เป็นวัดซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเก่าแก่กับลวดลายปูนปั้นที่บางภาพยังคงเห็นได้อย่างชัดเจน
ถือเป็นวัดที่มีงานศิลป์สวยงามมากอีกวัดหนึ่ง
และภายนอกวัดจะเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ถูกใจของนักท่องเที่ยว
หากต้องการซื้อของพื้นเมืองสไตล์พม่าแนะนำให้ซื้อที่นี่
เพราะจะมีชาวบ้านนำงานเพ้นต์มาวางขาย
มีทั้งเพ้นต์เสร็จแล้วและโชว์ฝีมือกันสด ๆ นอกจากนี้ยังมีวัดมนูหะ
(Manuha Temple)
อันเป็นวัดที่มีโครงสร้างวิหารค่อนข้างคับแคบและมีพระนอนหนึ่งองค์กับพระพุทธรูปนั่งอีกสามองค์เบียดกันอยู่ภายใน
สะท้อนความคับแค้นพระทัยของกษัตริย์ผู้ถูกจับมาเป็นเชลยสงครามได้เป็นอย่างดี
วัดชูลามะนี (Sulamani Temple)
เป็นวัดที่อยู่ระหว่างทางของหมู่บ้านมินนานตู่กับเมืองพุกาม
วัดนี้เป็นเพชรน้ำเอกของสถาปัตยกรรมแบบพม่า
ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังจำนวนมากและสวยงามไม่แพ้ที่ไหน
ยิ่งถ้าใครชอบถ่ายภาพจะชอบวัดนี้มากเพราะมีมุมสวย ๆ
ให้ได้ลั่นชัตเตอร์กันแทบไม่ทัน
หากอยากเห็นภาพวิวเมืองพุกามในมุมสูงสามารถใช้บริการขึ้นบอลลูนได้
เป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจไม่น้อย
เพราะภาพที่เห็นนั้นสร้างความตื่นตาตื่นใจและประทับใจได้ในคราวเดียวกัน
เพราะภาพด้านล่างคือเมือง ความกว้างใหญ่ไพศาลของแม่น้ำอิระวดี
และเจดีย์จำนวนมากอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ได้เห็นพระพุทธรูปบางองค์หรือสถาปัตยกรรมบางแห่งซึ่งตอนอยู่บนพื้นดินไม่มีเวลาเข้าไปดู
หรือบางแห่งไม่อนุญาตให้เข้าชม
ประกอบกับแสงสีส้มที่สะท้อนมาจากพื้นดินและอิฐของวัดและเจดีย์ต่าง
ๆ
ทำให้เกิดภาพอันน่าอัศจรรย์ที่สามารถสลัดโรคกลัวความสูงได้เป็นปลิดทิ้ง
จบจากการทัวร์โบราณสถานก็ถึงเวลาพักเหนื่อย แหล่งรวมร้านอาหารสวย ๆ
อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำอิระวดีหรือเอยาวดี
ลำน้ำที่กว้างใหญ่ไพศาลของแม่น้ำสายหลักกับภาพวัดและวิถีชีวิตของชาวบ้านเป็นภาพที่ดูแล้วเพลิดเพลินเป็นที่สุด
ช่วงน้ำแห้งชาวบ้านจะนำวัวออกมาต้นไม้น้ำและวัชพืช
อีกทั้งยังใช้วัวไถทรายเพื่อทำเป็นที่เพาะปลูกผักในหน้าแล้งเนื่องจากเป็นทรายที่อุดมสมบูรณ์
|