February 8, 2012
Sign in   Register  

 

http://www.wedding.in.thMY WEDGUIDE & IDEASFASHIONJUST MARRIEDHONEYMOONDIRECTORYREAL WEDDINGWEB BOARDNEWSLETTER

หน้าแรก > Honeymoon

"สแกนดิเนเวีย"
ดินแดนที่น่าพิศวงของยุโรป

เดนมาร์ก
ถ้าจะพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวบนคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย โคโปเฮเกนเป็นชื่อต้นๆ ที่เรานึกถึง และอยากจะไปเป็นที่สุด นครแห่งนี้ดำรงตำแหน่งเมืองหลวงของประเทศเดนมาร์กมาเป็นระยะเวลายาวนานแล้วปราสาทที่สำคัญมากมายถูกรังสรรค์ขึ้นบนดินแดนผืนนี้จนเกิดเป็นอาณาจักรที่เรืองรองไปด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม

ห้าร้อยกว่าปีก่อน ผืนดินส่วนใหญ่ยังคงเป็นเพียงทุ่ง

กว้าง ครั้นมาในรัชสมัยของพระเจ้าคริสเตียนที่ 4 (King Christian IV) กษัตริย์แห่งเดนมาร์กได้ทรงมอบหมายให้สองสถาปนิกชาวเดนมาร์ก Bertel Lange กับ Hans Van Steenwinkel ออกแบบพระตำหนักฤดูร้อนส่วนพระองค์ขึ้น โรเซนบอร์ก (Rosenborg) ปราสาทสไตล์ดัตช์เรอเนสซองส์สองชั้นจึงถือกำเนิดขึ้นนับตั้งแต่งบัดนั้น

ทันทีที่ฉันก้าวเข้าสู่โรเซนบอร์กจิตวิญญาณของเราดำดิ่งไปสู่ห้วงอดีตกาลในยุครุ่งโรจน์แห่งเรอเนสซองส์ หลงใหลไปกับมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมที่สวยงามทั้งในด้านการออกแบบ โครงสร้าง รูปทรง และการประดับตกแต่งภายในที่หรูหรา สง่างามและประณีตตามแบบโบราณประเพณี พวกเรารู้สึกตื่นตาตื่นใจไปกับพิพิธภัณฑ์เครื่องเพชรมหามงกุฎ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเลอค่าของราชวงศ์เดนมาร์กสมัยต่างๆ ที่ถูกจัดแสดงไว้อย่างเป็นระเบียบตามห้องหับทั่วปราสาท

หลังจากดื่มด่ำไปกับความงามแบบดัตช์เรอเนสซองส์แล้ว เรามุ่งหน้าไปยังอะมาเลียนบอร์ก (Amalienborg) พระราชวังของพระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 3 (Frederik III) ซึ่งใช้ระยะเวลาในการสร้างกว่า 6 ปี ถึงอย่างนั้นอายุของอะมาเลียนบอร์กก็มิได้ยืนยาวดังที่ใครต่อใครวาดหวังไว้ เพราะอีก 16 ปีต่อมาเปลวเพลิงได้ลุกไหม้เผาผลาญพระราชวังอะมาเลียนบอร์กเสียจนแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิม

อย่างไรก็ตาม อะมาเลียนบอร์กกลับมาผงาดอีกครั้งในรัชสมัยของเฟรดเดอริคที่ 5 (Frederik V) เมื่อนิโคไล (Nicolai Eigtved) ได้สร้างสรรค์อะมาเลียนบอร์กให้ดูกล้าแข็งแต่แฝงด้วยความอ่อนช้อยด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมสไตล์ร็อคโคโค ตรงกลางเป็นสนามหญ้ากว้างมีอนุสาวรีย์ของพระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 4 (Frederik IV) ตั้งอยู่ ทั้งๆ ที่อะมาเลียนบอร์กตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรเซนบอร์ก แต่ฉันกลับให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างสิ้นเชิงราวกับว่าเราเดินอยู่ในปราสาทที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอแห่งความโรมานส์สไตล์ฝรั่งเศสมากกว่าอยู่ในเดนมาร์ก เราเดินชมเครื่องราชแห่งราชวงศ์ Glucksborg ที่จัดแสดงไว้บริเวณปีกด้านหนึ่งของพระราชวังจึงกลับออกมาด้านนอก พลางคิดเสียดายที่เขาไม่เปิดให้ชมทั่วพระราชวัง

เล่ากันว่าเดนมาร์กเป็นหนึ่งในชาติที่มีจำนวนสวนสาธารณะมากที่สุด บางทีอาจเป็นเพราะวิถีการดำเนินชีวิตของชาวเดนมาร์กที่มีลักษณะเรียบง่ายและผูกพันกับธรรมชาติ รัฐจึงได้สร้างสถานที่อันร่มรื่นให้คนเมืองได้หลบหนีจากอาคารทันสมัยที่ผุดอยู่ทั่วเมืองกลับมามีชีวิตที่สัมพันธ์กับธรรมชาติอีกครั้ง เห็นจะจริงในกรุงโคเปนเฮเกนยังมีสวนสาธารณะใหญ่ๆ ถึงห้าแห่ง อาทิเช่น โรเซนบอร์กการ์เด้น (Rosenborg Garden) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่แน่นขนัดไปด้วยแมกไม้น้อยใหญ่และมวลดอกไม้นานาพันธุ์ที่แข่งกันผลิดอกจนบานสะพรั่งทั่วสวน คลอด้วยเสียงเพลงของนกน้อย ตามมุมต่างๆ ปรากฏงานประติมากรรมลอยตัวมากมาย ที่งดงามที่สุดเห็นจะเป็นราชินี ชาร์ล็อต อะมาเลียน (Charlotte Amalie) เราผลัดกันเก็บภาพประทับใจรอบสวนจนหนำใจจึงสังเกตเห็นกลุ่มคนถือตะกร้าปิกนิกค่อยๆ ทยอยเดินลึกเข้าไปในสวน เรามองซ้ายมองขวาอยู่พักใหญ่ ในที่สุดความอยากรู้อยากเห็นของฉันก็ชนะเสียงโครกครากในท้องเขา เราเดินตามแม่ลูกคู่หนึ่งมาจนถึงลานที่เคยโล่งกว้าง แต่ตอนนี้มีกลุ่มคนนั่งเป็นหย่อมๆ ทุกคนต่างจ้องไปที่หุ่นตัวจิ๋วที่กำลังเต้นระบำอยู่กลางแจ้งที่จัดแสดงเฉพาะในฤดูร้อนอยู่เกือบสองชั่วโมงจึงเลี่ยงออกมาหาของอร่อยใส่ท้อง

หลังจากดื่มโกโก้ร้อนๆ หมด เราก็กางแผนที่แล้วช่วยกันเลือกเป้าหมายต่อไป แน่นอนว่าจุดหมายปลายทางที่เรากำลังจะไปนี้ออกจะพิเศษและแตกต่างจากที่ก่อนๆ เรากำลังจะไปทิโวลี (Tivoli) สวนสนุกแห่งแรกของโลกกันค่ะ จอร์จ คาร์ลสแตนเซ่น (George Carstensen) สร้างสวนแห่งนี้ขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ภายในทิโวลี เราได้พบกับสวนอันร่มรื่น สระน้ำ เครื่องเล่น และโรงละครจำนวนมาก ซึ่งคณะต่างๆ ทั้งคณะละคร คณะบัลเล่ต์ คณะโอเปร่า ที่มีชื่อเสียงนิยมผลัดเปลี่ยนหมุน

เวียนกันมาแสดงในทิโวลี สวนสนุกที่นี่ออกจะแตกต่างจากของบ้านเราอยู่สักหน่อยเพราะที่นี้เปิดปีละ 2 ครั้ง เท่านั้น คือ ช่วงหน้าร้อนระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน และเปิดอีกครั้งในช่วงสองสัปดาห์ก่อนคริสต์มาสซึ่งช่วงนี้นักท่องเที่ยวกว่าแสนคนนิยมมาเฉลิมฉลองแสงแรกแห่งปีร่วมกัน ฟังแล้วน่าสนุกจังเลยค่ะ คงต้องหาโอกาสกลับมาดูแสงแรกของปีที่นี่ซะแล้ว เราเล่นเครื่องเล่นต่างๆ จนดึกจึงได้ฤกษ์กลับไปพักผ่อนที่โรงแรม

ฉันเล่าให้คุณฟังหรือยังค่ะ ว่าโคเปนเฮเกนมีแม่น้ำไหลผ่านรอบเมือง แล้วเช้านี้ท้องฟ้าก็แจ่มใสมาก ส่วนอากาศก็ปลอดโปร่ง เราจึงพากันล่องเรือ (Canal Tour) ตามลำน้ำโคเปนเฮเกนค่ะ เรารีบไปลงเรือตั้งแต่ตอนสายๆ เพื่อเที่ยวชมภาพทิวทัศน์ที่งดงามบางมุมของกรุงโคเปนเฮเกน ซึ่งจะเห็นได้เฉพาะจากการล่องเรือเท่านั้นค่ะ ตลอดเส้นทางมีสายลมพัดมาเอื่อยๆ ทำให้รู้สึกเย็นสบายในวันดีๆ แบบนี้เขาน่ารักมากค่ะ เพราะทำหน้าที่ไกด์จำเป็นชี้ให้ฉันดูมุมนู้นมุมนี้ ส่วนฉันก็ทำตัวเป็นลูกทัวร์ที่ดี มองตามที่เขาชี้สลับกับลอบมองหน้าเขา ไม่รู้ว่าเราคิดเหมือนกันหรือเปล่า สำหรับฉันแล้ว อยากให้เวลาหยุดอยู่ตรงนี้ตลอดไป เงือกน้อยก้มลงจุมพิตเบาๆ ที่พระพักตร์ของเจ้าชายก่อนที่จะโยนมีดทิ้งลงทะเลพลันร่างน้อยก็ค่อยๆ สลายกลายเป็นฟองคลื่นเหลือเพียงเสียงครวญอันแผ่วเบาจากท้องทะเล

 
 
ลำน้ำนี้ถูกขับขึ้นขณะที่เรือลำน้อยแห่งโคเปนเฮเกนกำลังล่องไป เรือลำนี้พาเราหวนระลึกถึงตำนานความรักของเงือกน้อย (Little Mermaid) ที่ยอมเสียทุกสิ่งเพื่อเจ้าชายที่แสนรัก จากเรือเราพบเงือกน้อยผิวบรอนซ์ยังคงนั่งรอเจ้าชายอยู่บนโขดหินริมฝั่งน้ำอย่างไม่เคยสิ้นหวัง รูปปั้นชิ้นนี้เป็นผลงานชิ้นเอกของ Edv. Eiriksen ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานถึงจินตนาการของแอนเดอร์สันกวีเอกผู้สร้างสรรค์นิทาน ที่ได้รับการกล่าวขานทั่วโลก เรื่องราวของเงือกน้อยยังคงก้องอยู่ในหัวจนเรือเทียบท่า

พอขึ้นจากเรือ ฉันก็ชวนเขาไปหาซื้อของที่ระลึกสำหรับวันคืนดีๆ ที่มีค่าระหว่างเรา ณ สตรอยเยท (Stroget) ถนนแห่งการ ช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดในโลก เราเริ่มต้นช้อปตั้งแต่รอฮุตซ์แพลด เช่น (Radhuspladsen) และเดินเรื่อยยาวไปจนถึงวงเวียนคองเก้น นูทอร์ฟ (Kongens Nytorv) สองข้างทางบนถนนสายนี้มีร้านค้า ภัตตาคาร และห้างสรรพสินค้ามากมาย สินค้าที่ขายก็มีหลายหลากประเภท ตั้งแต่ขนมขบเคี้ยวไปจนถึงเสื้อผ้าและงานฝีมือ ความหลากหลายของสินค้านี้เองที่น่าจะทำให้ถนนสายนี้ไม่เคยว่างเว้นจากการมาเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

แม้กรุงโคเปนเฮเกนจะไม่ใหญ่มากนัก แต่เราก็รู้สึกว่านครแห่งนี้บริบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและการรังสรรค์เทคโนโลยีที่ทันสมัย ขณะเดียวกันก็ยังคงครุกรุ่นไปด้วยเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของชนชาติเดนมาร์กโคเปนเฮเกนจึงเป็นนครที่ทรงคุณค่าในความทรงจำของพวกเรา

สัปดาห์หน้าจะแนะนำอีก 3 ประเทศที่เหลือได้แก่ ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดินให้รู้จักนะคะ แล้วพบกันค่ะ

<< กลับไป

 

ขอขอบคุณข้อมุลดี ๆ ขากนิตยสาร I DO

 
 
 
 
 

 

 Wedding in Thailand Home | My Wedding | Planning | Fashion | Beauty | Just Married | Travel | Shopping | Web Board | Newsletter | Advertise | Contact Us
 Wedding Planner Co., Ltd. 169/86 Ratchadapisek Rd. , Dindang Bangkok 10400  Tel : 02 692 9178-9 , 089 113 3833 , 085 164 8292 >Fax : 02 692 9179   Contact : info@wedding.in.th
Office Wedding Cartoon  Animation Tel : 081 551 2265 , 082 566 9622
 Copyright 2003-2009 Wedding Planner Co.,Ltd.