|
กว้าง
ครั้นมาในรัชสมัยของพระเจ้าคริสเตียนที่ 4 (King Christian IV)
กษัตริย์แห่งเดนมาร์กได้ทรงมอบหมายให้สองสถาปนิกชาวเดนมาร์ก Bertel
Lange กับ Hans Van Steenwinkel
ออกแบบพระตำหนักฤดูร้อนส่วนพระองค์ขึ้น โรเซนบอร์ก (Rosenborg)
ปราสาทสไตล์ดัตช์เรอเนสซองส์สองชั้นจึงถือกำเนิดขึ้นนับตั้งแต่งบัดนั้น
ทันทีที่ฉันก้าวเข้าสู่โรเซนบอร์กจิตวิญญาณของเราดำดิ่งไปสู่ห้วงอดีตกาลในยุครุ่งโรจน์แห่งเรอเนสซองส์
หลงใหลไปกับมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมที่สวยงามทั้งในด้านการออกแบบ
โครงสร้าง รูปทรง และการประดับตกแต่งภายในที่หรูหรา
สง่างามและประณีตตามแบบโบราณประเพณี
พวกเรารู้สึกตื่นตาตื่นใจไปกับพิพิธภัณฑ์เครื่องเพชรมหามงกุฎ
และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเลอค่าของราชวงศ์เดนมาร์กสมัยต่างๆ
ที่ถูกจัดแสดงไว้อย่างเป็นระเบียบตามห้องหับทั่วปราสาท
หลังจากดื่มด่ำไปกับความงามแบบดัตช์เรอเนสซองส์แล้ว
เรามุ่งหน้าไปยังอะมาเลียนบอร์ก (Amalienborg)
พระราชวังของพระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 3 (Frederik III)
ซึ่งใช้ระยะเวลาในการสร้างกว่า 6 ปี
ถึงอย่างนั้นอายุของอะมาเลียนบอร์กก็มิได้ยืนยาวดังที่ใครต่อใครวาดหวังไว้
เพราะอีก 16
ปีต่อมาเปลวเพลิงได้ลุกไหม้เผาผลาญพระราชวังอะมาเลียนบอร์กเสียจนแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิม |
 |
|
|
 |
|
อย่างไรก็ตาม
อะมาเลียนบอร์กกลับมาผงาดอีกครั้งในรัชสมัยของเฟรดเดอริคที่ 5 (Frederik
V) เมื่อนิโคไล (Nicolai Eigtved)
ได้สร้างสรรค์อะมาเลียนบอร์กให้ดูกล้าแข็งแต่แฝงด้วยความอ่อนช้อยด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมสไตล์ร็อคโคโค
ตรงกลางเป็นสนามหญ้ากว้างมีอนุสาวรีย์ของพระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 4 (Frederik
IV) ตั้งอยู่ ทั้งๆ ที่อะมาเลียนบอร์กตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรเซนบอร์ก
แต่ฉันกลับให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างสิ้นเชิงราวกับว่าเราเดินอยู่ในปราสาทที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอแห่งความโรมานส์สไตล์ฝรั่งเศสมากกว่าอยู่ในเดนมาร์ก
เราเดินชมเครื่องราชแห่งราชวงศ์ Glucksborg
ที่จัดแสดงไว้บริเวณปีกด้านหนึ่งของพระราชวังจึงกลับออกมาด้านนอก
พลางคิดเสียดายที่เขาไม่เปิดให้ชมทั่วพระราชวัง
เล่ากันว่าเดนมาร์กเป็นหนึ่งในชาติที่มีจำนวนสวนสาธารณะมากที่สุด
บางทีอาจเป็นเพราะวิถีการดำเนินชีวิตของชาวเดนมาร์กที่มีลักษณะเรียบง่ายและผูกพันกับธรรมชาติ
รัฐจึงได้สร้างสถานที่อันร่มรื่นให้คนเมืองได้หลบหนีจากอาคารทันสมัยที่ผุดอยู่ทั่วเมืองกลับมามีชีวิตที่สัมพันธ์กับธรรมชาติอีกครั้ง
เห็นจะจริงในกรุงโคเปนเฮเกนยังมีสวนสาธารณะใหญ่ๆ ถึงห้าแห่ง
อาทิเช่น โรเซนบอร์กการ์เด้น (Rosenborg Garden)
สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่แน่นขนัดไปด้วยแมกไม้น้อยใหญ่และมวลดอกไม้นานาพันธุ์ที่แข่งกันผลิดอกจนบานสะพรั่งทั่วสวน
คลอด้วยเสียงเพลงของนกน้อย ตามมุมต่างๆ
ปรากฏงานประติมากรรมลอยตัวมากมาย ที่งดงามที่สุดเห็นจะเป็นราชินี
ชาร์ล็อต อะมาเลียน (Charlotte Amalie)
เราผลัดกันเก็บภาพประทับใจรอบสวนจนหนำใจจึงสังเกตเห็นกลุ่มคนถือตะกร้าปิกนิกค่อยๆ
ทยอยเดินลึกเข้าไปในสวน เรามองซ้ายมองขวาอยู่พักใหญ่
ในที่สุดความอยากรู้อยากเห็นของฉันก็ชนะเสียงโครกครากในท้องเขา
เราเดินตามแม่ลูกคู่หนึ่งมาจนถึงลานที่เคยโล่งกว้าง
แต่ตอนนี้มีกลุ่มคนนั่งเป็นหย่อมๆ
ทุกคนต่างจ้องไปที่หุ่นตัวจิ๋วที่กำลังเต้นระบำอยู่กลางแจ้งที่จัดแสดงเฉพาะในฤดูร้อนอยู่เกือบสองชั่วโมงจึงเลี่ยงออกมาหาของอร่อยใส่ท้อง |
 |
 |
หลังจากดื่มโกโก้ร้อนๆ หมด
เราก็กางแผนที่แล้วช่วยกันเลือกเป้าหมายต่อไป
แน่นอนว่าจุดหมายปลายทางที่เรากำลังจะไปนี้ออกจะพิเศษและแตกต่างจากที่ก่อนๆ
เรากำลังจะไปทิโวลี (Tivoli) สวนสนุกแห่งแรกของโลกกันค่ะ
จอร์จ คาร์ลสแตนเซ่น (George Carstensen)
สร้างสวนแห่งนี้ขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19
ภายในทิโวลี เราได้พบกับสวนอันร่มรื่น สระน้ำ เครื่องเล่น
และโรงละครจำนวนมาก ซึ่งคณะต่างๆ ทั้งคณะละคร คณะบัลเล่ต์
คณะโอเปร่า ที่มีชื่อเสียงนิยมผลัดเปลี่ยนหมุน |
|
|
เวียนกันมาแสดงในทิโวลี
สวนสนุกที่นี่ออกจะแตกต่างจากของบ้านเราอยู่สักหน่อยเพราะที่นี้เปิดปีละ
2 ครั้ง เท่านั้น คือ
ช่วงหน้าร้อนระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน
และเปิดอีกครั้งในช่วงสองสัปดาห์ก่อนคริสต์มาสซึ่งช่วงนี้นักท่องเที่ยวกว่าแสนคนนิยมมาเฉลิมฉลองแสงแรกแห่งปีร่วมกัน
ฟังแล้วน่าสนุกจังเลยค่ะ
คงต้องหาโอกาสกลับมาดูแสงแรกของปีที่นี่ซะแล้ว
เราเล่นเครื่องเล่นต่างๆ จนดึกจึงได้ฤกษ์กลับไปพักผ่อนที่โรงแรม
ฉันเล่าให้คุณฟังหรือยังค่ะ ว่าโคเปนเฮเกนมีแม่น้ำไหลผ่านรอบเมือง
แล้วเช้านี้ท้องฟ้าก็แจ่มใสมาก ส่วนอากาศก็ปลอดโปร่ง
เราจึงพากันล่องเรือ (Canal Tour) ตามลำน้ำโคเปนเฮเกนค่ะ
เรารีบไปลงเรือตั้งแต่ตอนสายๆ
เพื่อเที่ยวชมภาพทิวทัศน์ที่งดงามบางมุมของกรุงโคเปนเฮเกน
ซึ่งจะเห็นได้เฉพาะจากการล่องเรือเท่านั้นค่ะ
ตลอดเส้นทางมีสายลมพัดมาเอื่อยๆ ทำให้รู้สึกเย็นสบายในวันดีๆ
แบบนี้เขาน่ารักมากค่ะ
เพราะทำหน้าที่ไกด์จำเป็นชี้ให้ฉันดูมุมนู้นมุมนี้
ส่วนฉันก็ทำตัวเป็นลูกทัวร์ที่ดี
มองตามที่เขาชี้สลับกับลอบมองหน้าเขา
ไม่รู้ว่าเราคิดเหมือนกันหรือเปล่า สำหรับฉันแล้ว
อยากให้เวลาหยุดอยู่ตรงนี้ตลอดไป เงือกน้อยก้มลงจุมพิตเบาๆ
ที่พระพักตร์ของเจ้าชายก่อนที่จะโยนมีดทิ้งลงทะเลพลันร่างน้อยก็ค่อยๆ
สลายกลายเป็นฟองคลื่นเหลือเพียงเสียงครวญอันแผ่วเบาจากท้องทะเล |
|
|
|
|
|
|
ลำน้ำนี้ถูกขับขึ้นขณะที่เรือลำน้อยแห่งโคเปนเฮเกนกำลังล่องไป
เรือลำนี้พาเราหวนระลึกถึงตำนานความรักของเงือกน้อย (Little
Mermaid) ที่ยอมเสียทุกสิ่งเพื่อเจ้าชายที่แสนรัก
จากเรือเราพบเงือกน้อยผิวบรอนซ์ยังคงนั่งรอเจ้าชายอยู่บนโขดหินริมฝั่งน้ำอย่างไม่เคยสิ้นหวัง
รูปปั้นชิ้นนี้เป็นผลงานชิ้นเอกของ Edv. Eiriksen
ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานถึงจินตนาการของแอนเดอร์สันกวีเอกผู้สร้างสรรค์นิทาน
ที่ได้รับการกล่าวขานทั่วโลก
เรื่องราวของเงือกน้อยยังคงก้องอยู่ในหัวจนเรือเทียบท่า
พอขึ้นจากเรือ ฉันก็ชวนเขาไปหาซื้อของที่ระลึกสำหรับวันคืนดีๆ
ที่มีค่าระหว่างเรา ณ สตรอยเยท (Stroget) ถนนแห่งการ
ช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดในโลก เราเริ่มต้นช้อปตั้งแต่รอฮุตซ์แพลด เช่น
(Radhuspladsen) และเดินเรื่อยยาวไปจนถึงวงเวียนคองเก้น นูทอร์ฟ (Kongens
Nytorv) สองข้างทางบนถนนสายนี้มีร้านค้า ภัตตาคาร
และห้างสรรพสินค้ามากมาย สินค้าที่ขายก็มีหลายหลากประเภท
ตั้งแต่ขนมขบเคี้ยวไปจนถึงเสื้อผ้าและงานฝีมือ
ความหลากหลายของสินค้านี้เองที่น่าจะทำให้ถนนสายนี้ไม่เคยว่างเว้นจากการมาเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
แม้กรุงโคเปนเฮเกนจะไม่ใหญ่มากนัก
แต่เราก็รู้สึกว่านครแห่งนี้บริบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและการรังสรรค์เทคโนโลยีที่ทันสมัย
ขณะเดียวกันก็ยังคงครุกรุ่นไปด้วยเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของชนชาติเดนมาร์กโคเปนเฮเกนจึงเป็นนครที่ทรงคุณค่าในความทรงจำของพวกเรา
สัปดาห์หน้าจะแนะนำอีก 3 ประเทศที่เหลือได้แก่ ฟินแลนด์ นอร์เวย์
และสวีเดินให้รู้จักนะคะ แล้วพบกันค่ะ |
|
<<
กลับไป |
|
|
|
ขอขอบคุณข้อมุลดี
ๆ ขากนิตยสาร I DO |
|
|
|
|