May 19, 2012
Sign in   Register  

 

http://www.wedding.in.thMY WEDGUIDE & IDEASFASHIONJUST MARRIEDHONEYMOONDIRECTORYREAL WEDDINGWEB BOARDNEWSLETTER

หน้าแรก > Honeymoon

"สแกนดิเนเวีย"
ดินแดนที่น่าพิศวงของยุโรป

ฟินแลนด์
จำได้ว่าตอนเด็กๆ ถึงเทศกาลคริสต์มาสทีไร ฉันกับพี่จะช่วยกันเขียนอักษรตัวโตๆ ลายมือโย้ไปเย้มาจนคับกระดาษแล้วแปะไว้ที่ปลายเตียงพร้อมกับถุงเท้าสีแดงหนึ่งข้าง พอเช้าวันคริสต์มาสบางปีก็จะมีของอย่างที่เขียนในจดหมายวางอยู่ที่พื้นปลายเตียง ถ้าปีไหนได้ของขวัญอย่างที่ขอ ก็จะดีใจเป็นพิเศษ (ที่จริงได้อะไรก็ดีใจหมดแหละ) แล้วรีบวิ่งลงไปอวดแม่ว่า ลุงซานต้าเอาของมาให้เมื่อคืน พอโตขึ้นมาหน่อยถึงได้รู้ว่าแม่ก็คือลุงซานต้าของบ้าน

จากนั้นฉันก็ไม่เคยเขียนจดหมายหาลุงซานต้าอีก จนกระทั่งวันนี้ที่ฉันมีโอกาสได้ไปเยี่ยมบ้านของลุงพร้อมกับก๊อก (คนที่ฉันตัดสินในว่าเขาคือคนที่จะดูแลฉันได้อย่างดีตลอดไปแทนลุงซานต้า) และหลังจากที่ฉันกลับมาฉันก็ไม่ลืมที่จะเขียนจดหมายถึงลุง (ขออนุญาตเรียกลุงซานต้าว่า...ลุงนะคะ) อย่างน้อยก็เพื่อที่จะได้แบ่งปันประสบการณ์ที่ประทับใจให้กับเจ้าของบ้าน

ลุงซานต้าที่รัก บ้านของลุงไกลจังเลยค่ะ ฉันกับก๊อกต้องนั่งเครื่องตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะถึงกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ตอนนี้เราอยู่บนถนนมานเนอร์ไฮม์มินติแล้ว หันไปทางขวาเห็น กิอาสมา (Kiasma) อาคารสีขาวรูปร่างแปลกตา มีท้องฟ้าสีครามเข้มเป็นแบล็คกราวน์ มองไปมองมาเหมือนก้อนเมฆเลยค่ะ ติดก็ตรงที่เมฆก้อนเนี่ยออกจะลอยเลียดติดพื้นหญ้าไปสักหน่อย เห็นอาคารแปลกๆ แบบนี้แล้วจะไม่เข้าไปก็คงจะไม่ใช่ฉันแล้วค่ะ
โห... ข้างในมีภาพวาดเยอะแยะเลย แถมยังเด็ดๆ ทั้งนั้น ด้านล่างมีชื่อภาพและก็วงเล็บไว้ด้วยว่า (ศิลปะร่วมสมัย) เดินไม่นานก็ครบรอบ พอออกมาด้านหลังอาคารมีป้ายเขียนว่า พัลพ์ ฉันเดินตามลูศรไปจนเจอร้านอาหารรสชาติดี ราคาไม่แพง เราจัดการกับอาหารในจานพลางคิดถึงเกาะซูเมนลินา (Sumenlinna) จนอดใจไม่ได้ที่จะขอไปแวะ เกาะเล็กๆ แห่งนี้ เกาะซูเมนลินาได้รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลกด้วยนะ พื้นเกาะราวกับพรมสีเขียว ตามรายทางมีต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความร่มรื่น ถ้าเดินจนเมื่อยก็มีมานั่งสีขาวให้นั่งพัก ยังไม่ทันจะหายเหนื่อยฉันก็ต้องรีบขึ้นเรือเฟอร์รี่ที่มีออกทุกๆ ครึ่งชั่วโมงไปลงที่ท่า อิโซ มุสตาซารี ฉันเดินตัดเนินเขาขึ้นยังหอศิลป์รันตากาซาร์มิ เพื่อชมงานศิลป์ แล้วเลยไปชมตุ๊กตาโบราณของชาวฟินน์ที่พิพิธภัณฑ์แสดงตุ๊กตาและของเล่น ตามด้วยพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติของเกาะ เรื่อยไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ทหารที่น่าจะตั้งชื่อว่า พิพิธภัณฑ์อาวุธมากกว่า เพราะข้างในมีแต่อาวุธที่ใช้ในสงคราม เราเดินเที่ยวจนหนำใจแล้วเราจึงได้แวะทานอาหารที่ร้านวาลฮาลลา จากนั้นจึงนั่งเรือไปยังเกาะอื่น

สถานที่ที่เรากำลังจะไปนี้เป็นเกาะที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอแห่งธรรมชาติและสัตว์หายากโดยเฉพาะนก บนเกาะเซราซาริ มีนกกว่าร้อยชนิดอาศัยอยู่ เราใช้เวลากว่าครึ่งวันในการเก็บภาพนกสวยๆ พอกลับมาถึงเมืองไทยแล้วจะส่งไปให้ลุงดูค่ะ รับรองว่าลุงต้องชอบแน่ๆ แต่รูปนกอย่างเดียวลุงอาจจะเบื่อก็ได้ เราได้เก็บภาพบ้านไม้สมัยศตวรรษที่ 17-18 ที่รวบรวมมาจากถิ่นต่างๆ ทั่วฟินแลนด์ มาจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์อุลโกมูเซโอ เป็นของแถมด้วย ฉันและก๊อกถ่ายรูปจนทั่วจึงได้ฤกษ์ข้ามสะพานกลับไปยังนครเฮลซิงกิ

ระหว่างทางกลับที่พัก เราเห็นโบสถ์มากมายตั้งเรียงรายตามสองข้างทาง หน้าตาของโบสถ์แต่ละหลังก็มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เราสองคนเดินชมไปเรื่อยๆ จนไปสะดุดตาที่โบสถ์เทมเปลิโอคิโอหรือโบสถ์หิน ตัวโบสถ์เกิดจากการระเบิดหินแกรนิตให้เป็นโพรง ส่วนหลังคาก็ทำจากไม้และทองแดง คนคิดนี่เก่งจังเลยนะคะ นอกจากรูปทรงแล้วตำนานความรักของที่นี่ก็น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ ลุงเคยได้ยินหรือเปล่าคะ เรื่องมีอยู่ว่าหนุ่มสาวคู่ใดที่ได้มาจุดเทียนแล้วอธิษฐานร่วมกันในโบสถ์หลังนี้หนุ่มสาวคู่นั้นจะได้เป็นเนื้อคู่กัน เมื่อมีโอกาสดีๆ แบบนี้มีหรือคะที่ฉันและก๊อกจะพลาด เรา 2 คนจุดเทียนและอธิษฐานเหมือนกันค่ะ

ที่จริงเฮลซิงกิไม่ได้มีแต่เฉพาะอาคารเก่าๆ หรอกนะคะ อาคารหรูหราทันสมัยก็มีเหมือนกันค่ะ เพียงแต่ฉันออกจะชอบที่เก่าๆ มากกว่าก็เลยเผลอเล่าเยอะไปหน่อย เอาละฉันจะเล่าถึงอาคารที่ทันสมัยที่สุดให้ฟังบ้าง นั่นก็คือ เทนนิสพาลาทซิ (Tennispalatsi) ศูนย์กลางความบันเทิงครบวงจรที่มีอินเตอร์เน็ต ห้องสตูดิโอสำหรับถ่ายรายการโทรทัศน์ คาเฟ่ ร้านอาหาร และโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในฟินแลนด์ เช้านี้เราก็ไปที่ตึกนี้มาเหมือนกันค่ะ ไปส่งเมลล์หาที่บ้านเป็นฉบับสุดท้ายก่อนจะเดินทางขึ้นเหนือไปหาลุง

ระหว่างทางไปบ้านของลุง เราแวะพักที่เมืองซาวอนลินนา (Savonlinna) เพื่อฟังดนตรีที่ห้องแสดงโอเปร่าในโอลาวินนา ปราสาทหินแกรนิตยุคกลาง และถือโอกาสชมความงามของทะเลสาบที่สวยที่สุดในฟินแลนด์ไปด้วย เราไม่ได้โอ้เอ้นะคะ เพียงแต่เดินทางไกลก็ต้องมีผ่อนคลายกันบ้าง น่าเสียดายที่ไม่ได้มาในเดือนกรกฎาคม ไม่งั้นคงมีโอกาสได้เข้าร่วมเทศกาลโอเปร่านานชาติที่จัดขึ้นทุกปี แล้วลุงล่ะค่ะเดินทางผ่านไปมาบ่อยๆ เคยแวะมาที่นี่หรือยัง ถ้ายังต้องหาโอกาสให้ได้นะ เพลงเค้าเพราะจริงๆ

เราเดินทางเลียบขึ้นตามชายฝั่งตะวันตกจนถึงเกมิ (Kemi) เมืองท่าของแลปแลนด์ มาถึงตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย ก็จะมีสักกี่ครั้งในชีวิตที่จะได้มาเห็นปราสาทหิมะลูมิลินนา ปราสาทที่เคยเห็นแต่ในทีวี แต่ตอนนี้ได้มาเห็นด้วยตาทั้งสองข้างแล้ว ทั้งตัวปราสาท เฟอร์นิเจอร์ พื้นห้อง ผนัง และเพดาน ล้วนขาวโพลนเหมือนกันหมด ถึงจะไม่มีสีสันอะไรเลย แต่สำหรับคนที่เกิดเมืองร้อนอย่างฉันแล้ว มันสวยมากๆ ฉันได้ยินว่าปราสาทแห่งนี้จะเปลี่ยนรูปทรงทุกปีซึ่งจะทำให้ผู้ที่มาสถานที่แห่งนี้สามารถกลับมาได้ทุกๆ ปี เพราะแต่ละปีนักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ฉันอยู่ที่นั่นเกือบสามชั่วโมงจึงนั่งรถมาตามถนนสาย 4 จนถึงแลปแลนด์ ตอนนี้ฉันใกล้ถึงบ้านของลุงเข้าไปอีกนิดแล้วนะ

เรามุ่งหน้าขึ้นไปทางเหนือจนถึงบริเวณรอยต่อระหว่างแม่น้ำโอนาสโยกิ กับ เกมิโยกิ โอนาสวารา สถานีแข่งสกีระดับนานาชาติของเมืองโรวาเนียมิตั้งอยู่ ที่นั่นมีหนุ่มสาวมากมายมาสกีกันที่นี่ เราก็อยากเล่นเหมือนกัน แต่ติดที่เล่นไม่เป็นแล้วก็ไม่กล้าลองด้วย กลัวจะเข้าโรงพยาบาลแทนไปบ้านลุง ได้ยินคนที่นี่เล่าว่า แม้หน้าสกีจะหมดไปแล้ว พวกหนุ่มสาวก็ยังไม่ไปไหน ฟังแล้วก็รู้สึกแปลกใจ สงสัยเพราะพระอาทิตย์เที่ยงคืนในโอนาสวาราลูกคงโตกว่าที่อื่น มองๆ ไปแล้ว โอนาสวาราเหมือนพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของอัลวาร์ ออลโต มากกว่าจะเป็นเมือง ก็อาคารส่วนใหญ่ของนครแห่งนี้เป็นผลงานการออกแบบของเขานี่ค่ะ ฉันเดินมาจนพบอาคารรูปร่างประหลาดที่ครึ่งหนึ่งอยู่บนดิน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งอยู่ใต้ดิน ชาวบ้านแถวนั้นเล่าให้ฟังว่า อาร์ติคกุมใช้เป็นศูนย์สำหรับจัดนิทรรศการเกี่ยวกับอาร์คติก ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์พืช วัฒนธรรม หรือความเป็นมาของอาร์คติก ก็จัดขึ้นที่นี่ค่ะ

เราเดินเรื่อยมาจนถึงโจลุปุกิน ปายาคิแล หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเส้นอาร์คติก เซอร์เคิล หรือที่รู้จักกันในนามว่า หมู่บ้านซานตาครอส ทุกปีไปรษณีย์กว่าล้านฉบับจากทั่วทุกมุมโลกจะถูกจัดส่งมาที่สำนักงานไปรษณีย์แห่งนี้ ฉันหันซ้ายแลขวาเพื่อเลือกร้านอาหารเล็กๆ ร้านหนึ่งเป็นเพื่อเขียนอำลา ผนึกซอง และจ่าหน้าจดหมายก่อนจะส่ง และแล้วฉันก็ได้มายืนอยู่บนแผ่นดินเดียวกับลุงแล้ว ในที่สุดเราก็ได้พบกัน สุดท้ายขอขอบคุณประเทศของลุงที่ให้โอกาสในการแสวงหาและค้นพบสิ่งใหม่ๆ แถมยังให้ความทรงจำที่มีค่าติดตัวกลับบ้านไปด้วยค่ะ

ป.ล. ที่ฉันเขียนเล่าการเดินทางของฉันไม่ใช่เพราะไม่รู้จะเขียนอะไรดีหรอกค่ะ เพียงแค่อยากให้ลุงรู้ว่าโลกนอกหมู่บ้านซานตายังมีอะไรรอลุงอยู่อีกมากมาย แล้วฉันจะรอนะค่ะ วันที่ลุงจะก้าวออกจากหมู่บ้านแล้วมาเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ บนโลกกว้างใบนี้
 

 

<< กลับไป      อ่านต่อ >>

 

ขอขอบคุณข้อมุลดี ๆ ขากนิตยสาร I DO

 
 
 
 
 

 

 Wedding in Thailand Home | My Wedding | Planning | Fashion | Beauty | Just Married | Travel | Shopping | Web Board | Newsletter | Advertise | Contact Us
 Wedding Planner Co., Ltd. 169/86 Ratchadapisek Rd. , Dindang Bangkok 10400  Tel : 02 692 9178-9 , 089 113 3833 , 085 164 8292 >Fax : 02 692 9179   Contact : info@wedding.in.th
Office Wedding Cartoon  Animation Tel : 081 551 2265 , 082 566 9622
 Copyright 2003-2009 Wedding Planner Co.,Ltd.