|
ก็ตรงที่ว่าเมื่อก่อนจะไปไหนก็จัดกระเป๋าแค่ของตัวองคนเดียว
แต่ครั้งนี้ต้องจัดเผื่อชายหนุ่มอีกคนด้วย
แต่อุตส่าห์ทำเช็คลิสต์ไว้แล้ว
หวังว่าคงไม่มีอะไรที่ต้องใช้หลงลืมไว้ที่บ้านนะ
เราออกจากบ้านกันตอนเที่ยงนิดๆ พร้อมกระเป๋าเดินทางใบย่อมๆ
มีพาสปอร์ต และตั๋วเครื่องบินของสายการบินสวิส อินเตอร์เนชั่นแนล
แอร์ไลน์ ใส่แยกไว้ในกระเป๋าถือ คราวนี้ก็เหลือแค่ไปสนามบิน
ท่องไว้หล่ะว่าเป็นเทอร์มินัล 2 เที่ยวบิน LX 182 เครื่องออกเวลา
14.55 น. เผื่อเวลาเดินทางสบายๆ
ไปถึงดอนเมืองได้แบบไม่ต้องกลังรถติด
ค่ำวันเดียวกัน
ถึงสิงคโปร์แล้ว
ต้องปรับเวลาให้เร็วขึ้นเพราะที่นี่เร็วกว่าบ้านเรา 1 ชั่วโมง
เรามาถึงตอนประมาณ 18.30 น. แล้วต้องเดินทางต่อไปท่าเรือทันที
การเดินทางที่นี่ไม่ยากเลย เราสองคนเลือกใช้บริการรถไฟใต้ดิน เอ็ม
อาร์ ที (ย่อมาจากคำว่า “Mass Rapid Transportations”
แปลเอาเองว่าขนคนได้ที่ละมากๆ และไปอย่างด่วน)
ขึ้นที่สถานีในสนามบินชางจี ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ไปลงที่สถานี
Harbor Front เดินต่ออีกนิดก็ถึงท่าจอดเรือน้ำลึก มองตรงไป โอ้โฮ!
แทบไม่เชื่อสายตาเลยหล่ะว่า เรือลำมหึมาสูง 13 ชั้น ยาว 268 เมตร
กว้าง 32 เมตร ลำที่จอดเทียบอยู่ตรงหน้า คือเรือ Super Star Virgo
ที่จะพาเราสองคนไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์
ท่ามกลางท้องทะเลสีเขียวครามของมหาสมุทรอินเดีย |
 |
|
|
 |
|
กิจกรรมแรกบนเรือ
ห้องพักบนเรือขนาดกะทัดรัด แต่มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน
รวมทั้งมีระเบียงที่สามารถเปิดประตูกระจกออกไปนั่งโรแมนติก
ชมวิวทะเลกันสองคนได้อย่างใกล้ชิด แต่วันนี้ 3 ทุ่มแล้วมืดไปหน่อย
รอไว้วันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน
ตอนนี้ต้องไปร่วมกิจกรรมแรกที่ผู้โดยสารทุกคนต้องมาเข้าพร้อมกัน
คือ การซักซ้อมความปลอดภัย ตอน 4 ทุ่มครึ่ง บริเวณรอบการเรือชั้น 7
ก่อน จากนั้นเราสองคนก็ชวนกันเดินสำรวจเรือ หาทางไปห้องอาหาร
ทานอะไรเบาๆ รองท้องมื้อดึกสักนิดแล้วไปปาร์ตี้ต่อที่ “Celibrity”
ดิสโก้ ออกกำลังกายขยับเขยื้อนซักนิดก่อนจะกลับมานอนหลับสบาย
เรามาเข้าแถวเช็คอินขึ้นเรือ พร้อมๆ
กับเพื่อนร่วมทางที่มีหลายชาติหลายภาษา จำนวนทั้งหมดกว่า 1900 คน
ซึ่งทางเรือมีห้องพักทั้งหมด 980 ห้อง เตรียมไว้สำรอง
ในขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่นาน
โดยเจ้าหน้าที่จะรับกระเป๋าเดินทางของเราไปนำส่งไปถึงห้องพัก
และขอเก็บพาสปอร์ตของเราไว้ แล้วแจกการ์ดที่มีชื่อเราสำหรับใช้เป็น
Access Card ตลอดเวลาที่อยู่บนเรือไว้ให้แทน การ์ดเล็กๆ
ขนาดเท่านามบัตรใบนี้มีความสำคัญมาก
เพราะเป็นตั้งแต่กุญแจเข้าห้องพัก
เป็นบัตรเครดิตสำหรับใช้จ่ายซื้อของ เป็นคูปองรับประทานอาหาร
เป็นพาสปอร์ตไว้แสดงตัวตอนเราขึ้น-ลงจากเรือ
นอกจากนั้นบัตรใบนี้ยังเป็นเดบิตการ์ดด้วย
เพราะในบัตรมีเครดิตเป็นเงินเหรียญสิงคโปร์สำหรับใช้เป็นอภินันทนาการ
ซื้ออาหารและเครื่องดื่มได้ สำคัญขนาดนี้ต้องระวังให้ดี
เลยขอฝากให้ชายหนุ่มของเราช่วยพิทักษ์ไว้ดีกว่า
เดี๋ยวหายขึ้นมาจะลำบากจ๊ะ
เราสองคนเดินจูงมือกันขึ้นมาบนเรือด้วยความตื่นเต้น
ทุกอย่างที่เห็นหน้าตื่นตาตื่นใจไปซะหมด ตั้งแต่จุดแรก “Grand
Piazza” ล็อบบี้ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา
ด้วยรูปปั้นนักรบโรมันขนาดใหญ่ 2 ตัว
ยืนขนาบข้างรูปปั้นม้าศึกสีทอง 3 ตัว
ที่กำลังผาดโผนอยู่หลังแกรนด์เปียโน
ทีมีนัดดนตรีฝีมือดีเล่นขับกล่อมชวนให้เคลิบเคลิ้มตามไปในบรรยากาศดีๆ
พร้อมๆ กับจิบเครื่องดื่มต้อนรับ |
 |
|
วันพฤหัส
เช้าวันนี้เราสองคนได้ออกมานั่งชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าที่ระเบียงสมใจ
บรรยากาศยามเช้ากลางมหาสมุทรโรแมนติกสมกับเป็นฮันนีมูนทริปจริงๆ
วันนี้เราดูตารางกิจกรรมที่มีเตรียมไว้ให้ตลอดวันแล้วน่าสนุกทั้งนั้น
แต่คงไม่สามารถจะเข้าร่วมได้ครบถ้วนทั้งหมดแน่ๆ
เอาเป็นว่าขั้นแรกชวนกันออกไปหาอาหารทานก่อนดีกว่า บนเรือ
Super Star Virgo มีห้องอาหารทั้งหมด 9 ห้อง โดยมี 3
ห้องที่ผู้โดยสารทุกคน |
 |
|
|
สามารถเดินเข้าไปทานฟรีทุกมื้อตามเวลา คือที่ Bella Vista,
Pavilion และ Mediterranean Buffet & Terrace ทั้ง 3
ห้องอาหารจะเสริฟอาหารแตกต่างกันที่ “Mediterranean Buffet &
Terrace” เป็นแนวบุฟเฟ่ต์ มีอาหารหลากหลายให้เลือก
แต่งตัวตามสบายเข้าไปนั่งทานได้ตามชอบ ส่วน “Bella Vista”
เป็นห้องอาหารที่ใหญ่โตอลังการที่สุดบนเรือเหมือนกับที่เคยชมในภาพยนตร์
ห้องนี้เสริฟอาหารฝรั่งจัดไว้ให้เลือกครบคอร์ส แบบเซ็ทเมนู
การแต่งกายเข้ามานั่งทานต้องเป็นพิธีรีตองซักนิด อย่างเสื้อคอปก
สูท รองเท้าหุ้มส้น ห้ามใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ
เช่นเดียวกันกับที่ “Pavilion” ซึ่งเป็นห้องอาหารจีน
เสริฟอาหารเป็นจานกลาง สำหรับตักแบ่งสไตล์ครอบครัว |
|
นอกเหนือจากนี้เป็นห้องอาหารที่จัดเพิ่มเติมไว้ อย่าง “Palazzo”
ห้องอาหารอิตาเลี่ยน “NobleHouse” ห้องอาหารจีน “Samurai”
ห้องอาหารญี่ปุ่น “The Toj” ห้องอาหารอินเดีย “Blue Lagoon” คอฟฟี่
ช้อป ที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง และ “Taverna”
ห้องอาหารที่อยู่สูงที่สุด บนชั้น 13 บริเวณหัวเรือ รับลมชมวิวแบบ
Out Door ได้สบายๆ ทั้ง 6
ห้องอาหารนี้เป็นอีกทางเลือกของการรับประทานที่ต้องชำระค่าอาหารและเครื่องดื่มเอง
โดยรูดผ่านบัตร Access Card ประจำตัว |
|
|
|
อ่านต่อ>> |
|
|