February 8, 2012
Sign in   Register  
 
 

http://www.wedding.in.thMY WEDGUIDE & IDEASFASHIONJUST MARRIEDHONEYMOONDIRECTORYREAL WEDDINGWEB BOARDNEWSLETTER

หน้าแรก > Honeymoon
 

สุดน่านน้ำอันดามันไทย
ที่หมู่เกาะตะรุเตา (ต่อ)

 

 

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้

คู่มือนักเดินทาง
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
 

อุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของเมืองไทยและอยู่ในท้องทะเลอันดามัน ตอนใต้สุดของประเทศในพื้นที่จังหวัดสตูล มีน่าน้ำติดกับประเทศมาเลเซีย พื้นที่ของอุทยานฯครอบคลุมหมู่เกาะและทะเลรวมกันราว 1,490 ตารางกิดลเมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะถึง 50 เกาะ เมื่อปี พ.ศ.2525 ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกแห่งเอเซียน
 

ปัจจุบันทะเลตะรุเตาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทั้งด้านประวัติศาสตร์และความงมของธรรมชาติ ท้องทะเล ป่าไม้ และความสมบูรณ์ของชีวิตใต้น้ำ โดยจัดแบ่งออกเป็นหมู่เกาะใหญ่ 2 หมู่เกาะคือ หมู่เกาะตะรุเตาและหมู่เกาะอาดัง-ราวี

1. หมู่เกาะตะรุเตา
หมู่เกาะตะรุเตาเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีพื้นที่ถึง 152 ตารางกิโลเมตร เดิมที่เกาะนี้เป็นทัณฑสถานธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เคยเป็นที่กักขังนักโทษการเมืองในปี พ.ศ.2482 เนื่องจากอยู่ห่างไกลแผ่นดิน อีกทั้งแวดล้อมไปด้วยป่าชายเลนหนาแน่น ทำให้ยากแก่การหลบหนี ปัจจุบันมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยแบ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวตัวอย่างดังนี้

เส้นทางที่1
อ่าวพันเตมะละกา-ถ้ำจระเข้-ผาโต๊ะบู

อ่าวพันเตมะละกา
ที่ตั้งที่ทำการของอุทยานฯ และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หน้าอ่าวมีหาดทรายขาวทอดยาวเหยียด เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงาม บริเวณโดยรอบจัดเป็นลานกางเต็นท์ บ้านพักและร้านค้าสวัสดิการบริการอาหารและเครื่องดื่ม มีบ้านพัก 13 หลัง เรือนแถว 2 เรือน ราคาตั้งแต่ 500-1200 บาทต่อหลัง ส่วนลานกางเต็นท์หากนำเต็นท์มาเองคิดค่าบริการ 30 บาทต่อคน

คลองพันเตมะละกาและถ้ำจระเข้
เป็นคลองซึ่งแน่นขนัดไปด้วยป่าชายเลนสมบูรณ์ เมื่อร่องเรือไปแล้ว 1.5 กิโลเมตร จะถึงถ้ำจระเข้ถ้ำทีเล่ากันว่าเคยพบเห็นจระเข้น้ำเค็มอาศัยอยู่ สามารถล่องแพเข้าไปชมความลึกลับหินงอกหินย้อยในถ้ำได้ ระยะทางราว 300 เมตร สนใจไป ถ้ำจระเข้ติดต่อเรือหางยาวชาวบ้านหน้าที่ทำการอุทยานฯ ราคาเหมาลำละ 400 บาท

ผาโต๊ะบู
จุดชมวิวซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ของหมู่เกาะในน่านน้ำตะรุเตาได้อย่างชัดเจน และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม ทางขึ้นเขาอยู่หลังที่ทำการอุทยานฯ สูงราว 60 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลา สองข้างทางแวดล้อมไปด้วยป่าดิบแล้ง

 

เส้นทางที่ 2
อ่าวตะโละวาว-อ่าวสน-น้ำตกลูดู-อ่าวเมาะและ-อ่าวจาก
อ่าวตะโละวาว
อยู่ทางตะวันออกของเกาะห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 12 กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงาม ถัดจากท่าเรือหน้าอ่าวเข้าไปมีเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์ ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร จัดจำลองให้เห็นภาพสถานกักกันในอดีตไว้ครบถ้วน ทั้งตึกแดง เรือนพยาบาล เรือนพักนักโทษ เส้นทางร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิดที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ มีร้านค้าสวัสดิการขายเครื่องดื่ม

อ่าวสน
อ่าวรูครึ่งวงกลม เต็มไปด้วยหาดหิน อีกด้านคือหาดทรายขาว มีร้านค้าสวัสดิการขายอาหารและเครื่องดื่ม ถัดไปจะมีแนวหาดทรายยาวกว่า 3 กิโลเมตร เหมาะแก่การเล่นน้ำและนอนอาบแดด น้ำตกลูดู น้ำตกขนาดเล็กซึ่งต้องเดินเท้าเข้าไปกว่า 3 กิดลเมตร ตลอดทางร่มครึ้มและ มีพรรณไม้แปลก เป็นเส้นทางที่เหมาะ ไปศึกษาธรรมชาติในช่วงหน้าฝน

อ่าวเมาะและ
หน้าหาดแห่งนี้มีจุดเด่น คือ ทิวมะพร้าวเรียงรายอีกทั้งมีบ้านพักติดชายหาดราคาห้องละ 1000 บาทต่อคืน รวมถึง ร้านค้าสวัสดิการและห้องอาบน้ำอย่างดี

อ่าวจาก
อยู่ติดกับอ่าวพันเตมะละกาเป็นอ่าวขนาดเล็ก บรรยากาศเงียบสงบห่างจากอุทยานฯราว 3 กิโลเมตร

เส้นทางท่องเที่ยวที่ 2 นี้ แต่ละจุดมีระยะทางค่อนข้างไกลมาก ทางอุทยานฯจึงมีรถรับ-ส่ง นักท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ อัตราค่าบริการจากที่ทำการอุทยานฯ – อ่าวตะโละวาวเหมาคันละ 600 บาท
 

2. หมู่เกาะ อาดัง-ราวี
มีเกาะใหญ่ที่สุด คือ เกาะอาดัง เกาะบริวารต่างๆ ที่รายรอบเกาะอาดังมีทรัพยากรน้ำที่สมบูรณ์ อีกทั้งยังมีทิวทัศน์ที่งดงาม เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจดำน้ำลึก ดำผิวน้ำและเล่นน้ำชายหาด จุดที่น่าสนใจและไม่ควรพลาดคือ

เกาะอะดัง
ที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ ตต. 5 (แหลมสน) มีบ้านพักสร้างใหม่ 18 หลัง เรือนแถว 1 เดือน (10 ห้อง) และบ้านรับรอง 2 หลัง ราคาตั้งแต่ 700 บาทขึ้นไป ส่วนลานกลางเต็นท์หน้าหาดคิดค่าสถานที่ 30 บาทต่อคน นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งที่พักและร้านค้าสวัสดิการขายอาหารและเครื่องดื่มแล้ว บนเกาะยังมีจุดชมวิวทะเลอันกว้างใหญ่อยู่บนผาชะโด มองเห็นเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งอยู่ตรงข้ามได้อย่างชัดเจน

เกาะราวี
มีหาดทรายขาวสะอาดและแนวปะการังน้ำตื้นยาวกว่า 300 เมตรสามารถดำผิวน้ำชมได้ง่าย บนเกาะมีร้านค้าสวัสดิการขายเครื่องดื่มและมีที่อาบน้ำจืด ไม่มีที่พักบริการ

เกาะหลีเป๊ะ
อยู่ตรงข้ามกับเกาะอาดัง รอบเกาะมีแนวกระจายอยู่ทั่วไป พื้นที่บนเกาะสามารถเดินเชื่อมโยงกันได้ทั่วชายหาดที่สวยงามและได้รับความนิยมคือหาดพัทยา บนเกาะมีร้านอาหาร ร้านขายของ และ รีสอร์ตเอกชนบริการ

เกาะหินงาม
เกาะขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยหาดหินสีดำมันวาว

เกาะไข่
มีซุ้มประตูหิน ปรากฎการณ์ธรรมชาติอันแปลกตาและถือเป็นสัญลักษณ์ของตะรุเตา เกาะแห่งนี้อยู่ห่างฝั่งมาก อีกทั้งไม่มีแหล่งน้ำจืด จึงไม่มีที่พักแรม เหมาะสำหรับมาเล่นน้ำและเที่ยวชมเท่านั้น

หมู่เกาะดง
อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะอาดัง เป็นหมู่เกาะสุดท้ายของอันดามันไทย ประกอบด้วย เกาะดง แหล่งปะการัง และดอกไม้ทะเล เกาะหินซ้อน มุมถ่ายภาพสวยของบรรดานักท่องเที่ยว เกาะลอกวยหาดขาว น้ำใสเหมาะที่จะมานอนอาบแดด และอ่าวลิง อ่าวเล็กๆ ที่มีความงดงาม

เกาะจาบัง
ใกล้กับเกาะหินงาม เป็นกองหินใต้น้ำที่มีปะการังหลากสีสันและสรรพชีวิตอันน่าตื่นตา ในกลุ่มนักดำน้ำจะรู้จักกันในชื่อ “ร่องน้ำจาบัง”
 

หากสนใจ ดำน้ำเที่ยวตามจุดต่างๆ ทางอุทยานฯ ได้จัดเส้นทางไว้คือ

เส้นทางที่ 1
ร่องน้ำจาบัง-เกาะหินงาม-หาดทรายขาวเกาะราวี
ราคา 1,000 บาท ( 8 คน )

เส้นทางที่ 2
ร่องน้ำจาบัง-เกาะหินงาม-เกาะหินซ้อน-เกาะดง-เกาะลอกวย-เกาะผึ้ง-หาดทรายขาวเกาะราวี
ราคา 1,800 บาท ( 8 คน )

หรือหากอยากไปเที่ยวชมเกาะหลีเป๊ะ หน้าที่ทำการหน่วยฯมีเรือเมล์รับ-ส่ง
ราคาคนละ 50 บาท หรือ จากหลีเป๊ะไปอาดัง ก็ขึ้นเรือ ที่หาดประมง (หน้าโรงเรียน) ราคาเท่ากัน

ค่าเข้าอุทยานฯ
คนไทย ผู้ใหญ่ 80 บาทเด็ก 40 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท

การเดินทางสู่ท่าเทียบเรือปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล
เครื่องบินและรถไฟ ลงที่สนามบินและสถานีรถไฟหาดใหญ่แล้วต่อรถตู้ประจำทาง (จอดตรงข้ามสถานีรถไฟหาดใหญ่) สู่ท่าเทียบเรือปากบารา

รถโดยสารประจำทาง ให้ลงที่อำเภอละงู จังหวัดสตูล แล้วต่อรถสองแถวจากหน้าโรงพยาบาลระงูเข้าไปยังท่าเทียบเรือปากบารา

รถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 แล้วต่อด้วยทางหลวง หมายเลข 4 เรื่อยมาจนผ่านจังหวัดพัทลุง เมื่อถึงแยก ควนหลัง เลี้ยวขวาไป ใกล้ถึงเมืองสตูล มีป้ายแยกขวาบอกทางไปอำเภอละงู

การเดินทางสู่หมู่เกาะในน่านน้ำตะรุเตา
เรือโดยสารประจำทาง มีวันละ 4 เที่ยวคือ
เที่ยวไป จากท่าเรือปากบารา-ตะรุเตา-เกาะไข่-อาดัง-หลีเป๊ะ
เที่ยวกลับ จากอาดัง-หลีเป๊ะ-ตะรุเตา-ท่าเรือปากบาร่า

เรือสปีดโบ๊ท (45 ที่นั่ง) ใช้เวลาเดินทางราวชั่วโมงครึ่ง
เที่ยวไปเวลา 11.30 น. เที่ยวกลับเวลา 19.00 น.
เที่ยวกลับเวลา 13.30 น. เที่ยวกลับเวลา 10.00 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัท หลีเป๊ะ เฟอร์รี่แอนด์สปีดโบ๊ท โทรศัพท์ 081-598-3111 และ 081-609-1413
ค่าโดยสารไป-กลับ ราคา 1,200 บาท ต่อคน

เรือเฟอร์รี่ ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมงครึ่ง
( 80 ที่นั่ง ) เที่ยวไปเวลา 13.30 น. เที่ยวกลับเวลา 10.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัทปากบารา เฟอร์รี่ไลน์ จำกัด โทรศัพท์ 081-7384304
( 180 ที่นั่ง ) เที่ยวไปเวลา 12.30 น. เที่ยวกลับเวลา 9.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัท เกอร์ไลน์ ทราเวล จำกัด โทรศัพท์ 074-732510-1
ค่าโดยสารไป-กลับราคา 1,000-1,300 บาท ต่อคน

** ตั๋วโดยสารแต่ละใบ ใช้เดินทางในจุดต่างๆ ได้ 4 ส่วน คือ
1.ปากบารา-ตะรุเตา
2.ตะรุเตา-หลีเป๊ะ/อาดัง
3.หลีเป๊ะ/อาดัง-ตะรุเตา
4.ตะรุเตา-ปากบารา
(ต้องใช้บริการของเรือบริษัทเดียวกันไป-กลับ)

หากต้องการไปตะรุเตาโดยออกจากท่าเทียบเรือตำมะลังสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัท เซาเทิร์นเฟอร์รี่ เซอร์วิส แอนด์ทัวร์ โทรศัพท์ 074-730513

ตารางเวลาเดินทางอาจเปลี่ยนแปลง กรุณาสอบถามก่อนการเดินทาง

สามารถเดินทางไปยังหมู่เกาะตะรุเตาได้ตลอดทั้งปี ช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน เป็นช่วงที่เหมาะที่สุด เพราะปราศจากคลื่นลม ส่วนที่หมู่เกาะอาดัง-ราวี และ เกาะหลีเป๊ะนั้น สามารถท่องเที่ยวได้เฉาพะเดือน พฤศจิกายน-เมษายนเท่านั้นเอง



 

<< กลับไป

 

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ อนุสาร อสท.


 

 
 
 

 

 Wedding in Thailand Home | My Wedding | Planning | Fashion | Beauty | Just Married | Travel | Shopping | Web Board | Newsletter | Advertise | Contact Us
 Wedding Planner Co., Ltd. 169/86 Ratchadapisek Rd. , Dindang Bangkok 10400  Tel : 02 692 9178-9 , 089 113 3833 , 085 164 8292 >Fax : 02 692 9179   Contact : info@wedding.in.th
Office Wedding Cartoon  Animation Tel : 081 551 2265 , 082 566 9622
 Copyright 2003-2009 Wedding Planner Co.,Ltd.