|
คู่มือนักเดินทาง
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
อุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของเมืองไทยและอยู่ในท้องทะเลอันดามัน
ตอนใต้สุดของประเทศในพื้นที่จังหวัดสตูล
มีน่าน้ำติดกับประเทศมาเลเซีย
พื้นที่ของอุทยานฯครอบคลุมหมู่เกาะและทะเลรวมกันราว 1,490
ตารางกิดลเมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะถึง 50 เกาะ เมื่อปี
พ.ศ.2525
ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกแห่งเอเซียน
|
 |
ปัจจุบันทะเลตะรุเตาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทั้งด้านประวัติศาสตร์และความงมของธรรมชาติ
ท้องทะเล ป่าไม้ และความสมบูรณ์ของชีวิตใต้น้ำ
โดยจัดแบ่งออกเป็นหมู่เกาะใหญ่ 2 หมู่เกาะคือ
หมู่เกาะตะรุเตาและหมู่เกาะอาดัง-ราวี
1. หมู่เกาะตะรุเตา
หมู่เกาะตะรุเตาเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด
มีพื้นที่ถึง 152 ตารางกิโลเมตร
เดิมที่เกาะนี้เป็นทัณฑสถานธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
เคยเป็นที่กักขังนักโทษการเมืองในปี พ.ศ.2482
เนื่องจากอยู่ห่างไกลแผ่นดิน
อีกทั้งแวดล้อมไปด้วยป่าชายเลนหนาแน่น
ทำให้ยากแก่การหลบหนี ปัจจุบันมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
โดยแบ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวตัวอย่างดังนี้
เส้นทางที่1
อ่าวพันเตมะละกา-ถ้ำจระเข้-ผาโต๊ะบู
อ่าวพันเตมะละกา
ที่ตั้งที่ทำการของอุทยานฯ และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
หน้าอ่าวมีหาดทรายขาวทอดยาวเหยียด
เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงาม
บริเวณโดยรอบจัดเป็นลานกางเต็นท์
บ้านพักและร้านค้าสวัสดิการบริการอาหารและเครื่องดื่ม
มีบ้านพัก 13 หลัง เรือนแถว 2 เรือน ราคาตั้งแต่ 500-1200
บาทต่อหลัง ส่วนลานกางเต็นท์หากนำเต็นท์มาเองคิดค่าบริการ
30 บาทต่อคน
คลองพันเตมะละกาและถ้ำจระเข้
เป็นคลองซึ่งแน่นขนัดไปด้วยป่าชายเลนสมบูรณ์
เมื่อร่องเรือไปแล้ว 1.5 กิโลเมตร
จะถึงถ้ำจระเข้ถ้ำทีเล่ากันว่าเคยพบเห็นจระเข้น้ำเค็มอาศัยอยู่
สามารถล่องแพเข้าไปชมความลึกลับหินงอกหินย้อยในถ้ำได้
ระยะทางราว 300 เมตร สนใจไป
ถ้ำจระเข้ติดต่อเรือหางยาวชาวบ้านหน้าที่ทำการอุทยานฯ
ราคาเหมาลำละ 400 บาท
ผาโต๊ะบู
จุดชมวิวซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ของหมู่เกาะในน่านน้ำตะรุเตาได้อย่างชัดเจน
และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม
ทางขึ้นเขาอยู่หลังที่ทำการอุทยานฯ สูงราว 60
เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลา
สองข้างทางแวดล้อมไปด้วยป่าดิบแล้ง
|
 |
เส้นทางที่ 2
อ่าวตะโละวาว-อ่าวสน-น้ำตกลูดู-อ่าวเมาะและ-อ่าวจาก
อ่าวตะโละวาว
อยู่ทางตะวันออกของเกาะห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 12 กิโลเมตร
เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงาม
ถัดจากท่าเรือหน้าอ่าวเข้าไปมีเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์
ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร
จัดจำลองให้เห็นภาพสถานกักกันในอดีตไว้ครบถ้วน ทั้งตึกแดง
เรือนพยาบาล เรือนพักนักโทษ
เส้นทางร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิดที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ
มีร้านค้าสวัสดิการขายเครื่องดื่ม
อ่าวสน
อ่าวรูครึ่งวงกลม เต็มไปด้วยหาดหิน อีกด้านคือหาดทรายขาว
มีร้านค้าสวัสดิการขายอาหารและเครื่องดื่ม
ถัดไปจะมีแนวหาดทรายยาวกว่า 3 กิโลเมตร
เหมาะแก่การเล่นน้ำและนอนอาบแดด น้ำตกลูดู
น้ำตกขนาดเล็กซึ่งต้องเดินเท้าเข้าไปกว่า 3 กิดลเมตร
ตลอดทางร่มครึ้มและ มีพรรณไม้แปลก เป็นเส้นทางที่เหมาะ
ไปศึกษาธรรมชาติในช่วงหน้าฝน
อ่าวเมาะและ
หน้าหาดแห่งนี้มีจุดเด่น คือ
ทิวมะพร้าวเรียงรายอีกทั้งมีบ้านพักติดชายหาดราคาห้องละ
1000 บาทต่อคืน รวมถึง
ร้านค้าสวัสดิการและห้องอาบน้ำอย่างดี
อ่าวจาก
อยู่ติดกับอ่าวพันเตมะละกาเป็นอ่าวขนาดเล็ก
บรรยากาศเงียบสงบห่างจากอุทยานฯราว 3 กิโลเมตร
เส้นทางท่องเที่ยวที่ 2 นี้
แต่ละจุดมีระยะทางค่อนข้างไกลมาก ทางอุทยานฯจึงมีรถรับ-ส่ง
นักท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ
อัตราค่าบริการจากที่ทำการอุทยานฯ – อ่าวตะโละวาวเหมาคันละ
600 บาท
|
 |
2. หมู่เกาะ อาดัง-ราวี
มีเกาะใหญ่ที่สุด คือ เกาะอาดัง
เกาะบริวารต่างๆ
ที่รายรอบเกาะอาดังมีทรัพยากรน้ำที่สมบูรณ์
อีกทั้งยังมีทิวทัศน์ที่งดงาม
เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจดำน้ำลึก ดำผิวน้ำและเล่นน้ำชายหาด
จุดที่น่าสนใจและไม่ควรพลาดคือ
เกาะอะดัง
ที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ ตต. 5 (แหลมสน)
มีบ้านพักสร้างใหม่ 18 หลัง เรือนแถว 1 เดือน (10 ห้อง)
และบ้านรับรอง 2 หลัง ราคาตั้งแต่ 700 บาทขึ้นไป
ส่วนลานกลางเต็นท์หน้าหาดคิดค่าสถานที่ 30 บาทต่อคน
นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งที่พักและร้านค้าสวัสดิการขายอาหารและเครื่องดื่มแล้ว
บนเกาะยังมีจุดชมวิวทะเลอันกว้างใหญ่อยู่บนผาชะโด
มองเห็นเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งอยู่ตรงข้ามได้อย่างชัดเจน
เกาะราวี
มีหาดทรายขาวสะอาดและแนวปะการังน้ำตื้นยาวกว่า 300
เมตรสามารถดำผิวน้ำชมได้ง่าย
บนเกาะมีร้านค้าสวัสดิการขายเครื่องดื่มและมีที่อาบน้ำจืด
ไม่มีที่พักบริการ
เกาะหลีเป๊ะ
อยู่ตรงข้ามกับเกาะอาดัง รอบเกาะมีแนวกระจายอยู่ทั่วไป
พื้นที่บนเกาะสามารถเดินเชื่อมโยงกันได้ทั่วชายหาดที่สวยงามและได้รับความนิยมคือหาดพัทยา
บนเกาะมีร้านอาหาร ร้านขายของ และ รีสอร์ตเอกชนบริการ
เกาะหินงาม
เกาะขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยหาดหินสีดำมันวาว
เกาะไข่
มีซุ้มประตูหิน
ปรากฎการณ์ธรรมชาติอันแปลกตาและถือเป็นสัญลักษณ์ของตะรุเตา
เกาะแห่งนี้อยู่ห่างฝั่งมาก อีกทั้งไม่มีแหล่งน้ำจืด
จึงไม่มีที่พักแรม
เหมาะสำหรับมาเล่นน้ำและเที่ยวชมเท่านั้น
หมู่เกาะดง
อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะอาดัง
เป็นหมู่เกาะสุดท้ายของอันดามันไทย ประกอบด้วย
เกาะดง
แหล่งปะการัง และดอกไม้ทะเล เกาะหินซ้อน
มุมถ่ายภาพสวยของบรรดานักท่องเที่ยว เกาะลอกวยหาดขาว
น้ำใสเหมาะที่จะมานอนอาบแดด และอ่าวลิง อ่าวเล็กๆ
ที่มีความงดงาม
เกาะจาบัง
ใกล้กับเกาะหินงาม
เป็นกองหินใต้น้ำที่มีปะการังหลากสีสันและสรรพชีวิตอันน่าตื่นตา
ในกลุ่มนักดำน้ำจะรู้จักกันในชื่อ “ร่องน้ำจาบัง”
|
 |
หากสนใจ ดำน้ำเที่ยวตามจุดต่างๆ ทางอุทยานฯ
ได้จัดเส้นทางไว้คือ
เส้นทางที่ 1
ร่องน้ำจาบัง-เกาะหินงาม-หาดทรายขาวเกาะราวี
ราคา 1,000 บาท ( 8 คน )
เส้นทางที่ 2
ร่องน้ำจาบัง-เกาะหินงาม-เกาะหินซ้อน-เกาะดง-เกาะลอกวย-เกาะผึ้ง-หาดทรายขาวเกาะราวี
ราคา 1,800 บาท ( 8 คน )
หรือหากอยากไปเที่ยวชมเกาะหลีเป๊ะ
หน้าที่ทำการหน่วยฯมีเรือเมล์รับ-ส่ง
ราคาคนละ 50 บาท หรือ จากหลีเป๊ะไปอาดัง ก็ขึ้นเรือ
ที่หาดประมง (หน้าโรงเรียน) ราคาเท่ากัน
ค่าเข้าอุทยานฯ

คนไทย ผู้ใหญ่ 80 บาทเด็ก 40 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท
การเดินทางสู่ท่าเทียบเรือปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล
เครื่องบินและรถไฟ
ลงที่สนามบินและสถานีรถไฟหาดใหญ่แล้วต่อรถตู้ประจำทาง
(จอดตรงข้ามสถานีรถไฟหาดใหญ่) สู่ท่าเทียบเรือปากบารา
รถโดยสารประจำทาง
ให้ลงที่อำเภอละงู จังหวัดสตูล
แล้วต่อรถสองแถวจากหน้าโรงพยาบาลระงูเข้าไปยังท่าเทียบเรือปากบารา
รถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ
ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 แล้วต่อด้วยทางหลวง หมายเลข 4
เรื่อยมาจนผ่านจังหวัดพัทลุง เมื่อถึงแยก ควนหลัง
เลี้ยวขวาไป ใกล้ถึงเมืองสตูล
มีป้ายแยกขวาบอกทางไปอำเภอละงู
การเดินทางสู่หมู่เกาะในน่านน้ำตะรุเตา
เรือโดยสารประจำทาง มีวันละ
4 เที่ยวคือ
เที่ยวไป จากท่าเรือปากบารา-ตะรุเตา-เกาะไข่-อาดัง-หลีเป๊ะ
เที่ยวกลับ จากอาดัง-หลีเป๊ะ-ตะรุเตา-ท่าเรือปากบาร่า
เรือสปีดโบ๊ท (45 ที่นั่ง)
ใช้เวลาเดินทางราวชั่วโมงครึ่ง
เที่ยวไปเวลา 11.30 น. เที่ยวกลับเวลา
19.00 น.
เที่ยวกลับเวลา 13.30 น. เที่ยวกลับเวลา
10.00 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัท หลีเป๊ะ
เฟอร์รี่แอนด์สปีดโบ๊ท โทรศัพท์ 081-598-3111 และ
081-609-1413
ค่าโดยสารไป-กลับ ราคา 1,200 บาท ต่อคน
เรือเฟอร์รี่
ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมงครึ่ง
( 80 ที่นั่ง ) เที่ยวไปเวลา 13.30 น. เที่ยวกลับเวลา
10.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัทปากบารา
เฟอร์รี่ไลน์ จำกัด โทรศัพท์ 081-7384304
( 180 ที่นั่ง ) เที่ยวไปเวลา 12.30 น. เที่ยวกลับเวลา
9.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัท เกอร์ไลน์
ทราเวล จำกัด โทรศัพท์ 074-732510-1
ค่าโดยสารไป-กลับราคา 1,000-1,300 บาท ต่อคน
** ตั๋วโดยสารแต่ละใบ
ใช้เดินทางในจุดต่างๆ ได้ 4 ส่วน คือ
1.ปากบารา-ตะรุเตา
2.ตะรุเตา-หลีเป๊ะ/อาดัง
3.หลีเป๊ะ/อาดัง-ตะรุเตา
4.ตะรุเตา-ปากบารา
(ต้องใช้บริการของเรือบริษัทเดียวกันไป-กลับ)
หากต้องการไปตะรุเตาโดยออกจากท่าเทียบเรือตำมะลังสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัท
เซาเทิร์นเฟอร์รี่ เซอร์วิส แอนด์ทัวร์ โทรศัพท์
074-730513
ตารางเวลาเดินทางอาจเปลี่ยนแปลง กรุณาสอบถามก่อนการเดินทาง
สามารถเดินทางไปยังหมู่เกาะตะรุเตาได้ตลอดทั้งปี
ช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน เป็นช่วงที่เหมาะที่สุด
เพราะปราศจากคลื่นลม ส่วนที่หมู่เกาะอาดัง-ราวี และ
เกาะหลีเป๊ะนั้น สามารถท่องเที่ยวได้เฉาพะเดือน
พฤศจิกายน-เมษายนเท่านั้นเอง
|
ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ อนุสาร อสท. |
|