May 19, 2012
Sign in   Register  
 
 

http://www.wedding.in.thMY WEDGUIDE & IDEASFASHIONJUST MARRIEDHONEYMOONDIRECTORYREAL WEDDINGWEB BOARDNEWSLETTER

หน้าแรก > Honeymoon
 



มหา’ลัยเหมืองแร่...
ที่สุดปลายชายแดนตะวันตก

Honeymoon & Travel ขอตั้งชื่อเรื่องครั้งนี้เหมือนหนังสืออสท. นะคะ เนื่องจากเราเดินทางตามคำแนะนำของหนังสืออสท. เป๊ะ ๆ เลย
 

 

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้
 

 

 เนื่องด้วยเรามีเวลาน้อย แต่ต้องการออกเดินทาง เพื่อเพิ่มพลังให้ชีวิตที่กำลังเหี่ยวเฉาเพราะทำงานอย่างเดียว จนไม่มีเวลาเงยหน้าชื่นชมความงามรอบตัว เราจึงชวนกันขับรถเที่ยว เผื่อเป็นข้อมูลสำหรับใครที่มีความจำกัด และมีความต้องการเหมือนเรา  หลังจากเศร้าซึม เหนื่อยล้ามาสักพัก เราก็เริ่มหาข้อมูลสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวแบบ One Day Trip หนังสือเล่มแรกที่เป็นที่พึ่งสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว คืออสท. ซึ่งก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลย เราจึงออกเดินทางตามแบบบรรทัดต่อบรรทัด  เรามีข้อมูลมาฝากสักเล็กน้อย

 

 
 

ปิล็อค มหา’ลัยเหมืองแร่ที่สุดหลายชายแดนตะวันตก อดีตเหมืองแร่แบบฉีดคือเอาน้ำแรงดันสูงฉีดใส่ภูเขาที่ขอสัมปทานไว้ เพื่อหาแร่ ตั้งอยู่ติดชายแดนพม่าในอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อทราบที่ตั้งเรียบแล้ว เราจึงนัดหมายเพื่ออกเดินทางพร้อมกันแต่เช้าตรู่ งานนี้ไม่ได้ไปกันสองคนนะจ๊ะ พกเพื่อนไปอีกโขยง เพื่อให้การเดินทางของเราสนุกสนานมากขึ้น

เราออกเดินทางตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี นครปฐม บ้านโป่ง ท่ามะกา จนถึงกาญจนบุรี ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ ๆ เท่านั้น เราจึงแวะหาอาหารเช้าทานกันก่อนที่ตลาดในตัวเมืองกาญจนบุรี เมื่อท้องอิ่มแล้วเราจึงกางหนังสือ เพื่อออกเดินทางต่อ ผ่านไปทางอำเภอไทรโยค ระหว่างทางจะเห็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ริมน้ำแควน้อยเป็นระยะๆ ผ่านสะพานท่าขนุน ข้ามแม่น้ำแควน้อย ถึงอำเภอทองผาภูมิ ก่อนเข้าทางหลวงหมายเลข 207 เป็นทางเลียบทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ หรือเขื่อนเขาแหลมเดิม ถึงสามแยกบ้านไร่เลี้ยวซ้ายได้ไม่ไกลก็เข้าสู่อาณาเขตขุนเขา เส้นทางเริ่มลัดเลาะใต่ระดับไปตามไหล่เขาและทางคดโค้งอีกมากมายหลายรูปแบบ ถ้าไม่ชำนาญทาง หรือการขับรถในทางคดโค้ง ขอแนะนำให้ขับช้า ๆ ด้วยความระมัดระวังค่ะ สองข้างทาง เรามองเห็นวิวทิวเขาสลับซับซ้อนของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายมาก ๆ มีคนเคยบอกว่าธรรมชาติที่สวยงาม จะช่วยบำบัดและคลายเครียดให้กับจิตใจได้ ก็รู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่งเลย เราจึงขับรถกันอย่างใจเย็นเพื่อชื่นชมกับสิ่งที่มองเห็น และหยุดพักที่จุดชมวิวเพื่อชักภาพเป็นที่ระลึกด้วย ...ที่จุดชมวิวนี้เรามองเห็นวิวทะเลสาบเขาแหลมด้วย

ผ่านอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิไปจะถึงทางเข้าเหมืองสมศักดิ์ ซึ่งอยู่ซ้ายมือ ป้ายทางเข้าเหมือนมีตัวหนังสือเขียนว่า 4WD Only จากหนังสืออสท. อีกเช่นกัน เราจึงเลือกรถ 4WD สำหรับการเดินทางครั้งนี้ ที่สำคัญเลือกคนขับที่ชำนาญด้วย เพราะต้องดูแลพวกเราอีกหลายชีวิต ที่สำคัญเราคิดว่าการเดินทางครั้งนี้เหมาะกับก๊วนเพื่อนขาลุย ที่ชอบความตื่นเต้นโลดโผนค่ะ ทางเข้าแรก ๆ ก็เรียบ ๆ ค่ะ ไม่นานเราก็เจอกับฝุ่นและร่องน้ำ เพราะก่อนเรามามีฝนตกตลอด ยิ่งเข้าไปลึกก็ยิ่งโหดค่ะ ทางเริ่มแคบ เป็นทางลัดเลาะตามไหล่เขา ทางชันและมีหินลอยเป็นระยะ ๆ ต้องค่อยๆ ไป จนไปถึงในเหมือง ปัจจุบันเหมืองได้เปลี่ยนสภาพเป็นโฮมสเตย์เล็ก ๆ อยู่ท่ามกลางหุบเขาเหมืองแร่ จากสภาพการเดินทางที่ผ่านมา เราเห็นหน้าตาเพื่อนทุกคนบ่งบอกอาหารหิวเต็มที่ เราจึงมองหาอาหารก่อน ส่วนวิวทิวทัศน์เอาไว้ทีหลัง อิ่มทองแล้วจึงมีแรงเงยหน้าชื่นชมวิวโดยรอบ บรรยากาศเหมือนอยู่ทางภาคเหนือเลย โดยเฉพาะบ้านพักที่ระเบียงไม้ยื่นไปในฝายน้ำล้นก็ถูกใจพวกเรามาก ๆ แต่ก็ต้องตัดใจออกเดินทางกันต่อ ขอบอกว่าขาออก โหดกว่าขาเข้ามาก ๆ ทำเอาเราเกือบแย่ ลุ้นตลอดโดยเฉพาะเนินแรกที่มีไม่เพียงแต่ชัน แต่ยังมีหินและร่องน้ำด้วย กว่าเราจะออกไปพ้นก็ค่ำพอดี เส้นทางทำเอาคนขับเราหมดแรงไปเลย จนต้องลงมติเพื่อหาที่พัก เพราะคนขับเราไปไม่ไหว เกรงว่าถ้าไปต่ออาจไม่ปลอดภัยสำหรับทั้งคณะ เราจึงแวะไปพักกันที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ซึ่งมีบ้านพัก และอาหารไว้บริการด้วย ถึงที่พักทานอาหาร เราก็แยกย้ายเข้านอนกันเลย หลับกันแบบม้วนเดียวถึงเช้า

ตื่นเช้ามา เราได้เห็นทะเลหมากลอยตัวอยู่เหนือทะเลสาบเขาแหลม ตรงแอ่งด้านหน้าที่พัก ซึ่งเป็นจุดชมวิวกูดดอย ตอนที่เราเลือกบ้านพัก ตอนนั้นเราเหนื่อยมาก จนลืมหนังสือสนิท ไม่คิดว่าจะเลือกได้เหมาะเจาะขนาดนี้ เราจึงลงไปจิบกาแฟ ทานอาหารเช้ารองท้องกันก่อนออกเดินทางเพื่อไปน้ำตกจ๊อกกะดิ่นต่อ คือไหน ๆ ก็มาแล้ว ต้องให้ครบถ้วน ไปถึงเราก็จอดรถเดินตามลำธารไปจนถึงน้ำตก เป็นน้ำตกชั้นเดียว ที่ตกลงมาในแอ่งที่เป็นหิน น้ำใสมาก ๆ จนอยากลงไปกลิ้งเล่น แต่ก็ต้องตัดใจเพราะต้องออกเดินทางกันต่อ จากนั้นเราก็ขับรถไปทางบ้านปิล็อก ซึ่งเป็นชุมชนเก่าของชาวเหมือง ก่อนเดินทางไปให้ถึงด่านชายแดนพม่า จนถึงจุดชมวิวเขาแดนที่สามารถมองเห็นวิวประเทศพม่าได้ และปิดการเดินทางกันด้วยจุดชมวิวพระอาทิตย์ที่ฐานช้างศึก แต่เราไม่สามารถอยู่รอให้อาทิตย์ตกได้ เพราะต้องเดินทางกลับ ไม่อยากถึงกรุงเทพฯดึกนัก จึงต้องตัดใจล่ำลา ก่อนมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ

การเดินทางครั้งนี้ แม้ระยะเวลาสั้น ๆ แต่เราก็มีความสุข สนุกสนานกันทั่วหน้า เหมือนเป็นช่วงเวลาพิเศษที่เราหลบหลีกความจำเจในชีวิตประจำวัน เพื่อไปทำกิจกรรมที่แปลกแตกต่าง เป็นการเพิ่มประสบการณ์ และมุมมองชีวิตให้กว้างขวางมากขึ้น เรากลับมาด้วยความสดชื่น และพลัง พร้อมลุยงานกันต่อไปค่ะ หากคุณมีเวลาไม่มากนัก ลองชวนกันขับรถกินลมชมวิวไปต่างจังหวัด ใช้เวลากับธรรมชาติ และสิ่งสวยงามตามรายทาง แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขหาได้ไม่ยากนัก ซึ่งอาจไม่ต้องลุยขนาดเราก็ได้ค่ะ
 

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ อสท.

 
 
 
 

 

 Wedding in Thailand Home | My Wedding | Planning | Fashion | Beauty | Just Married | Travel | Shopping | Web Board | Newsletter | Advertise | Contact Us
 Wedding Planner Co., Ltd. 169/86 Ratchadapisek Rd. , Dindang Bangkok 10400  Tel : 02 692 9178-9 , 089 113 3833 , 085 164 8292 >Fax : 02 692 9179   Contact : info@wedding.in.th
Office Wedding Cartoon  Animation Tel : 081 551 2265 , 082 566 9622
 Copyright 2003-2009 Wedding Planner Co.,Ltd.