|
ปิล็อค มหา’ลัยเหมืองแร่ที่สุดหลายชายแดนตะวันตก
อดีตเหมืองแร่แบบฉีดคือเอาน้ำแรงดันสูงฉีดใส่ภูเขาที่ขอสัมปทานไว้
เพื่อหาแร่
ตั้งอยู่ติดชายแดนพม่าในอำเภอทองผาภูมิ
จังหวัดกาญจนบุรี
เมื่อทราบที่ตั้งเรียบแล้ว
เราจึงนัดหมายเพื่ออกเดินทางพร้อมกันแต่เช้าตรู่
งานนี้ไม่ได้ไปกันสองคนนะจ๊ะ
พกเพื่อนไปอีกโขยง
เพื่อให้การเดินทางของเราสนุกสนานมากขึ้น
เราออกเดินทางตามถนนบรมราชชนนี
ผ่านนครชัยศรี นครปฐม บ้านโป่ง ท่ามะกา
จนถึงกาญจนบุรี ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ ๆ
เท่านั้น
เราจึงแวะหาอาหารเช้าทานกันก่อนที่ตลาดในตัวเมืองกาญจนบุรี
เมื่อท้องอิ่มแล้วเราจึงกางหนังสือ
เพื่อออกเดินทางต่อ ผ่านไปทางอำเภอไทรโยค
ระหว่างทางจะเห็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ริมน้ำแควน้อยเป็นระยะๆ
ผ่านสะพานท่าขนุน ข้ามแม่น้ำแควน้อย
ถึงอำเภอทองผาภูมิ ก่อนเข้าทางหลวงหมายเลข
207 เป็นทางเลียบทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ
หรือเขื่อนเขาแหลมเดิม
ถึงสามแยกบ้านไร่เลี้ยวซ้ายได้ไม่ไกลก็เข้าสู่อาณาเขตขุนเขา
เส้นทางเริ่มลัดเลาะใต่ระดับไปตามไหล่เขาและทางคดโค้งอีกมากมายหลายรูปแบบ
ถ้าไม่ชำนาญทาง หรือการขับรถในทางคดโค้ง
ขอแนะนำให้ขับช้า ๆ ด้วยความระมัดระวังค่ะ
สองข้างทาง
เรามองเห็นวิวทิวเขาสลับซับซ้อนของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายมาก ๆ
มีคนเคยบอกว่าธรรมชาติที่สวยงาม
จะช่วยบำบัดและคลายเครียดให้กับจิตใจได้
ก็รู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่งเลย
เราจึงขับรถกันอย่างใจเย็นเพื่อชื่นชมกับสิ่งที่มองเห็น
และหยุดพักที่จุดชมวิวเพื่อชักภาพเป็นที่ระลึกด้วย
...ที่จุดชมวิวนี้เรามองเห็นวิวทะเลสาบเขาแหลมด้วย
ผ่านอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิไปจะถึงทางเข้าเหมืองสมศักดิ์
ซึ่งอยู่ซ้ายมือ
ป้ายทางเข้าเหมือนมีตัวหนังสือเขียนว่า
4WD Only จากหนังสืออสท. อีกเช่นกัน
เราจึงเลือกรถ 4WD
สำหรับการเดินทางครั้งนี้
ที่สำคัญเลือกคนขับที่ชำนาญด้วย
เพราะต้องดูแลพวกเราอีกหลายชีวิต
ที่สำคัญเราคิดว่าการเดินทางครั้งนี้เหมาะกับก๊วนเพื่อนขาลุย
ที่ชอบความตื่นเต้นโลดโผนค่ะ ทางเข้าแรก ๆ
ก็เรียบ ๆ ค่ะ
ไม่นานเราก็เจอกับฝุ่นและร่องน้ำ
เพราะก่อนเรามามีฝนตกตลอด
ยิ่งเข้าไปลึกก็ยิ่งโหดค่ะ ทางเริ่มแคบ
เป็นทางลัดเลาะตามไหล่เขา
ทางชันและมีหินลอยเป็นระยะ ๆ ต้องค่อยๆ ไป
จนไปถึงในเหมือง
ปัจจุบันเหมืองได้เปลี่ยนสภาพเป็นโฮมสเตย์เล็ก
ๆ อยู่ท่ามกลางหุบเขาเหมืองแร่
จากสภาพการเดินทางที่ผ่านมา
เราเห็นหน้าตาเพื่อนทุกคนบ่งบอกอาหารหิวเต็มที่
เราจึงมองหาอาหารก่อน
ส่วนวิวทิวทัศน์เอาไว้ทีหลัง อิ่มท้องแล้วจึงมีแรงเงยหน้าชื่นชมวิวโดยรอบ
บรรยากาศเหมือนอยู่ทางภาคเหนือเลย
โดยเฉพาะบ้านพักที่ระเบียงไม้ยื่นไปในฝายน้ำล้นก็ถูกใจพวกเรามาก
ๆ แต่ก็ต้องตัดใจออกเดินทางกันต่อ
ขอบอกว่าขาออก โหดกว่าขาเข้ามาก ๆ
ทำเอาเราเกือบแย่
ลุ้นตลอดโดยเฉพาะเนินแรกที่มีไม่เพียงแต่ชัน
แต่ยังมีหินและร่องน้ำด้วย
กว่าเราจะออกไปพ้นก็ค่ำพอดี
เส้นทางทำเอาคนขับเราหมดแรงไปเลย
จนต้องลงมติเพื่อหาที่พัก
เพราะคนขับเราไปไม่ไหว
เกรงว่าถ้าไปต่ออาจไม่ปลอดภัยสำหรับทั้งคณะ
เราจึงแวะไปพักกันที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
ซึ่งมีบ้านพัก และอาหารไว้บริการด้วย
ถึงที่พักทานอาหาร
เราก็แยกย้ายเข้านอนกันเลย
หลับกันแบบม้วนเดียวถึงเช้า
ตื่นเช้ามา เราได้เห็นทะเลหมากลอยตัวอยู่เหนือทะเลสาบเขาแหลม
ตรงแอ่งด้านหน้าที่พัก ซึ่งเป็นจุดชมวิวกูดดอย
ตอนที่เราเลือกบ้านพัก
ตอนนั้นเราเหนื่อยมาก จนลืมหนังสือสนิท
ไม่คิดว่าจะเลือกได้เหมาะเจาะขนาดนี้
เราจึงลงไปจิบกาแฟ
ทานอาหารเช้ารองท้องกันก่อนออกเดินทางเพื่อไปน้ำตกจ๊อกกะดิ่นต่อ
คือไหน ๆ ก็มาแล้ว ต้องให้ครบถ้วน
ไปถึงเราก็จอดรถเดินตามลำธารไปจนถึงน้ำตก
เป็นน้ำตกชั้นเดียว
ที่ตกลงมาในแอ่งที่เป็นหิน น้ำใสมาก ๆ
จนอยากลงไปกลิ้งเล่น
แต่ก็ต้องตัดใจเพราะต้องออกเดินทางกันต่อ
จากนั้นเราก็ขับรถไปทางบ้านปิล็อก
ซึ่งเป็นชุมชนเก่าของชาวเหมือง
ก่อนเดินทางไปให้ถึงด่านชายแดนพม่า
จนถึงจุดชมวิวเขาแดนที่สามารถมองเห็นวิวประเทศพม่าได้
และปิดการเดินทางกันด้วยจุดชมวิวพระอาทิตย์ที่ฐานช้างศึก
แต่เราไม่สามารถอยู่รอให้อาทิตย์ตกได้
เพราะต้องเดินทางกลับ
ไม่อยากถึงกรุงเทพฯดึกนัก
จึงต้องตัดใจล่ำลา
ก่อนมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ
การเดินทางครั้งนี้ แม้ระยะเวลาสั้น ๆ
แต่เราก็มีความสุข สนุกสนานกันทั่วหน้า
เหมือนเป็นช่วงเวลาพิเศษที่เราหลบหลีกความจำเจในชีวิตประจำวัน
เพื่อไปทำกิจกรรมที่แปลกแตกต่าง
เป็นการเพิ่มประสบการณ์
และมุมมองชีวิตให้กว้างขวางมากขึ้น
เรากลับมาด้วยความสดชื่น และพลัง
พร้อมลุยงานกันต่อไปค่ะ
หากคุณมีเวลาไม่มากนัก
ลองชวนกันขับรถกินลมชมวิวไปต่างจังหวัด
ใช้เวลากับธรรมชาติ
และสิ่งสวยงามตามรายทาง
แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขหาได้ไม่ยากนัก
ซึ่งอาจไม่ต้องลุยขนาดเราก็ได้ค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ
อสท. |