|
มีคนไข้สาวๆหลายคนมาปรึกษาหมอถึงปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์บริเวณของสงวนทั้งของตัวเองและของคู่ชีวิต
เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่าอายเพียงอย่างเดียว
แต่บางอาการอาจมีโรคร้ายซ่อนอยู่
มิหนำซ้ำอาจทำให้ชีวิตคู่อับปางลงได้
...มารับรู้เรื่องราวเพื่อรับมือกับกลิ่นที่จุดสงวนกันเถอะค่ะ
กลิ่นหอมและกลิ่นหม็นกับคู่ชีวิต
เป็นที่รับรู้กันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล
สมัยพระนางคลีโอพัตรา
ซึ่งมีการใช้น้ำหอมสกัดจากดอกกุหลาบชโลมตัว
ว่ากลิ่นหอมกระตุ้นเซ็กส์
กลิ่นเหม็นเสื่อมเซ็กส์
ปัจจุบันมีงานวิจัยมากมายยืนยันเรื่องนี้
เช่น กองทุนวิจัยกลิ่นและรส (The
Smell & Tase
Treatmen and Research Foundation
)
แห่งเมืองชิคาโก
ค้นพบว่ากลิ่นหอมหลายๆอย่างจากธรรมชาติและสมุนไพร
เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ วานิลลา ชะเอม
เครื่องเทศ
สามารถกระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศเพิ่มขึ้น
สำหรับกลิ่นเหม็น
แม้อาจสร้างอารมณ์ทางเพศให้มากขึ้นกับบุคคลจำพวกหนึ่ง
แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว
กลิ่นเหม็นลดความต้องการทางเพศ
งานวิจัยในยุโรปยืนยันเรื่องนี้
โดยพบว่าสิ่งที่น่ารังเกียจอันดับหนึ่งที่ทำให้ฝ่ายชาย
43%
หมดความสนใจทางเพศคือกลิ่นเหม็นของฝ่ายหญิง
และสิ่งที่น่ารังเกียจอันดับหนึ่งที่ทำให้ฝ่ายหญิง
65%
หมดความสนใจทางเพศเช่นเดียวกันคือกลิ่นเหม็นของฝ่ายชาย
กลิ่นบริเวณจุดสงวนเกิดขึ้นได้อย่างไร
กลิ่นบริเวณนี้เกิดจาต่อมสร้างกลิ่นที่เรียกว่าอโปไครน์
(Apocrineglands
) เป็นต่อมที่พบมากบริเวณอวัยวะเพศ รักแร้
และเต้านม ต่อมนี้หลั่งสารไขมันคล้ายมูก (Sialomucin
) ที่ไม่มีกลิ่น แต่แบคทีเรียชนิดธรรมดา
ที่ผิวหนังสามารถใช้สารเหล่านี้เป็นอาหารและขับถ่ายสาร
ที่มีกลิ่นออกมากลายเป็นกลินพิเศษเฉพาะบุคคล
อย่างไรก็ตาม
หากดูแลสุขอนามัยของร่างกายตามปกติ
ไม่มีภาวะการอักเสบหรือโรคร้ายซ่อนอยู่
จุดซ่อนเร้นของคุณผู้หญิง –
ผู้ชายต้องไม่มีกลิ่นเหม็นรุนแรง
สาเหตุที่จุดสงวนส่งกลิ่นรุนแรง
1.มีจำพวกแบคทีเรียธรรมดาเพิ่มขึ้นเนื่องจากการดูแลสุขอนามัยน้อยเกินไป
2.มีภาวะการอักเสบติดเชื้อจากเชื้อราหรือเชื้อโรคตัวร้ายชนิดต่างๆ
เช่น เชื้อบิด เชื้อวัณโรค
เชื้อโรคที่เกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ฯลฯ
3..มีเนื้องอกหรือมะเร็งภายใน
กลิ่นบอกโรคได้อย่างไร
ลักษณะกลิ่นเหม็นผิดปกติที่อาจมีสาเหตุมาจากโรคร้ายแรงมีดังนี้
มีกลิ่นอับ
เหมือนกลิ่นเหม็นของรองเท้า
หรือกลิ่นบูดเหมือนนมบูด
มักเกิดจากการขาดการดูแลเอาใจใส่สุขภาพอนามัย
ไม่อาบน้ำ ปล่อยร่างกายหมักหมม อับชื้น
หรือระบบขับถ่าย ระบบย่อยอาหารไม่ดี
จนทำให้แบคทีเรียธรรมดาเพิ่มจำนวน
กลิ่นเหม็นเปรี้ยว
ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อราบริเวณนั้น
กลิ่นเหม็นเค็มเหม็นคาว
เหมือนปลาเค็มตากแห้งหรือน้ำปลา
มักเป็นการอักเสบในช่องคลอดหรือช่องทางเดินปัสสาวะ
จากแบคทีเรียตัวร้าย เพิ่มจำนวน (
ในช่องคลอดของคุณผู้หญิงปกติมีแบคทีเรียตัวดีชื่อ
แล็กโตแบซิลไล (Lactobacilli
)
อยู่ร่วมกับแบคทีเรียตัวร้ายและเชื้อรา
โดยแบคทีเรียตัวดีนี้จะสร้างกรดแล็กติกควบคุมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียตัวร้ายและเชื้อรา
หากแบคทีเรียตัวดีลดลงก็จะเกิดกลิ่นเหม็นที่จุดสงวนได้)
กลิ่นเหม็นเน่า
เป็นการติดเชื้อโรคร้ายแรง เช่น เชื้อบิด
วัณโรค หรือเชื้อโรคที่ไม่ต้องการอากาศ (Anaerobe)
ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากเนื้องอกหรือมะเร็งภายใน
อย่างไรก็ตาม
จะทราบว่ากลิ่นเหม็นรุนแรงเกิดจากสาเหตุใด
ต้องไปพบแพทย์เพื่ตรวจวินิจฉัยเท่านั้น
ปัจจัยที่มีผลกับการเกิดกลิ่น
1.ชาติพันธุ์
เรื่องนี้สัมพันธ์กับจำนวนต่อมสร้างกลิ่น
2.อากาศ ความร้อนอบอ้าว
ทำให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวน
3.อาหาร เนื้อสัตว์ เครื่องใน นม
เนย เครื่องเทศ กระเทียม หอมหัวใหญ่
แอลกอฮอล์ กาแฟ ฯลฯ มีผลต่อกลิ่น
จุดสงวน
4.การดูแลสุขภาพอนามัย ความสกปรก
หมักหมม อับชื้น ไม่อาบน้ำ
ไม่ซับให้แห้งหลังปัสสาวะ
ไม่ทำความสะอาดหลังขับถ่ายอุจจาระ
ล้วนส่งผลให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ทั้งสิ้น
5.ความเครียด ความวิตกกังวล
ไม่ได้พักผ่อน ส่งผลให้ภูมิต้านทาน
ร่างกายลดลง
มีผลต่อการเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่ผิว
6.ช่วงเป็นประจำเดือน
คุณผู้หญิงจะมีกลิ่นแรงเพราะความอับชื้นมีการเพิ่มจำนวนแบคทีเรียตัวร้าย
บางท่านมีโพรงมดลูกอักเสบร่วมด้วย
7.การรับประทานยา
ยาหลายชนิดสร้างกลิ่นตัว กลิ่นปาก
กลิ่นปัสสาวะ กลิ่นจุดสงวน
8.ระบบย่อยและระบบขับถ่ายไม่ปกติ
9.วัยชรา
10.โรคภัยไข้เจ็บ
ไม่ว่าจะเป็นการอักเสบติดเชื้อ
โรคเรื้อรัง ไปจนถึงโรคมะเร็ง
วิธีสร้างกลิ่นดีๆ
ที่บริเวณจุดสงวนทั้งในฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย
ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่ม
เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
ไม่รับประทานอาหารหวานจัด เค็มจัด เผ็ดจัด
ซึ่งทำให้ ภูมิต้านทานอ่อนแอ
ดื่มน้ำให้มากวันละ 1.5-2 ลิตร
ไม่กลั้นปัสสาวะ ไม่กลั้นอุจจาระ
เลือกรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
เช่น ผักสด ผลไม้ ธัญพืช ฯลฯ
เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย
หากมีกลิ่นเหม็นเค็มที่จุดสงวนเกิดจากการเพิ่มจำนวนแบคทีเรียตัวร้าย
แนะนำให้รับประทาน
นมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตที่เติมจุลินทรีย์ชนิดดี
วันละ 1 แก้ว / ขวด
ไม่นุ่งเสื้อผ้า กางเกงคับ
หรือสวมผ้าอนามัยตลอดเวลา
ไม่ควรรับประทานยาคุมกำเนิดนานๆ
เพราะอาจเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราในช่องคลอด
ดูแลจุดซ่อนเร้นไม่มากไปน้อยไป
การทำความสะอาดโดยการอาบน้ำ เช้า-เย็น
ในเมืองร้อนอย่างบ้านเราถือว่าเพียงพอ
เมื่อเปียกหรืออับชื้นควรเป่าพัดลมหรือซับให้แห้ง
ไม่ควรดูแลมากไป เช่น
ล้างน้ำทุกครั้งที่ปัสสาวะ
ซึ่งนอกจากอับชื้นแล้วยังอาจปนเปื้อนเชื้อโรค
เกิดการอักเสบได้
สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะที่เป็นกรดอ่อนๆได้
แต่ไม่ควรบ่อย เพราะอาจทำให้แห้งและอักเสบ
ไม่ควรสวนล้างช่องคลอดเพราะจะทำลายแบคทีเรียชนิดดี
ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น
หากรักษาดูแลเป็นอย่างดีแล้ว
จุดซ่อนเร้นของคุณผู้หญิง-ผู้ชาย
ยังมีกลิ่นเหม็นผิดปกติอยู่
ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาโดยด่วน
เพราะอาจจะมีโรคร้ายแฝงอยู่
45%
ของผู้หญิงและชายมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้นเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมที่พรมตัวเพศตรงข้าม |