February 5, 2012
Sign in   Register   ค้นหา
Special Scoop
รักคือคำ “ขอโทษ” จากใจ... ม.ล.คฑาทอง-ม.ล.ขวัญกมล ทองใหญ่
โดย Wedding in Thailand   12 กุมภาพันธ์  2551
 

การเดินทางมาพบกันของคนสองคน จนก่อเกิดเป็นความรักที่ลึกซึ้งนั้น ดูเหมือนว่าจะไม่ยากเย็นอะไรในยุคสมัยนี้ แต่การที่จะประคับประคองชีวิตรักให้มั่นคงและอยู่ด้วยกันจนตราบสิ้นดินฟ้านั้น ดูเหมือนว่าจะไม่ง่ายเอาเสียเลย หลายคู่ต้องเลิกรากันไปเพราะความทิฐิ แบบไม่ยอมลดราวาศอกให้กัน แต่ยังมีอีกหลายคู่ที่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันอย่างตลอดรอดฝั่ง และเป็นรักที่ยั่งยืนเพียงเพราะยึดหลักที่ว่า “รักคือความอดทน” บวกกับการ “ให้อภัย”

เพื่อเป็นการต้อนรับวันแห่งความรัก ที่กำลังมาถึงนี้ เราจึงขอพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับคู่รักไฮโซที่ตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จากวันแรกพบจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า19 ปี อย่าง คุณหลาน-ม.ล.คฑาทอง และ คุณขวัญ-ม.ล.ขวัญกมล ทองใหญ่ ซึ่งทุกวันนี้ทั้งคู่มีพยานรักที่อยู่ในวัยใสด้วยกัน 2 คนคือ น้องไหม-ทิพยมาศ และ น้องมินท์-กมลมาศ ทองใหญ่ ณ อยุธยา

แม้ว่าทั้งคู่จะออกตัวว่าไม่ได้เป็นคู่รักที่หวานแหวว หรือทุกเทศกาลต้องส่งกุหลาบให้กันเหมือนดังคู่อื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ความรักของทั้งคู่ยังคงเบ่งบานอยู่ในหัวใจเสมอคือ ถ้อยคำสัญญาที่มีต่อกันในวันแต่งงานว่า “ทุกวันจะเป็นวันพิเศษถ้าเรา 2 ได้อยู่เคียงกันตลอดไป”

เรื่องราวความรักของคนทั้งคู่ถ้าใครได้ฟังแล้วอาจต้องย้อนกลับไปถามตัวเองว่าความรักแบบนี้มีด้วยหรือ เพราะนาทีแรกที่ทั้งคู่ได้พบสบตากันก็เกิดความรู้สึกอันพิเศษและประทับใจซึ่งกันและกันอย่างบอกไม่ถูก

ความรักของทั้ง 2 คนเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่คุณหลานบินไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ ขณะเดียวกัน กามเทพก็ชักนำให้คุณขวัญที่กำลังศึกษาปริญญาตรีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางมาเยี่ยมน้องสาว (คุณมุก-ม.ล.รดีเทพ บุรณศิริ) ที่กำลังเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษเช่นเดียวกัน วันนั้นเองที่ทั้งคู่มีโอกาสได้พบและพูดคุยกันเป็นครั้งแรก

“ครั้งแรกที่พบขวัญก็รู้สึกเลยว่าชอบผู้หญิงคนนี้ มันเป็นเรื่องที่อาจจะอธิบายยาก แต่ที่ผมชอบเขาไม่ใช่เพราะเขาสวยหรือคุยเก่ง แต่มันเป็นความรู้สึกที่ว่าเราอยากจะรู้จักเขามากขึ้น” คุณหลานพูดพร้อมกับโปรยยิ้มหวานให้กับศรีภรรยา

พอคุณขวัญได้ยินสามีโปรยประโยคนี้ก็หัวเราะร่วนพร้อมพูดว่า “แต่คุณหลานรู้ไหมว่าครั้งแรกที่พบกับคุณหลานตรงกันข้ามกับที่คุณหลานมองขวัญ เราคิดว่าทำไมผู้ชายคนนี้เขาดูดี และคุยเก่งจังเลย ที่สำคัญเป็นคนง่ายๆ ก็เลยรู้สึกชอบตั้งแต่ครั้งแรกอีกเช่นเดียวกัน แต่ตอนนั้นขวัญก็ไม่เคยคิดหรอกนะว่าเขาจะชอบเรา เพราะคิดว่าสงสัยเขาเป็นคนคุยเก่งอยู่แล้ว และก็คงอยากมีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกคน”

หลังจากที่ทั้งคู่ได้พูดคุยกันมากขึ้น คุณหลานจึงเกิดความรู้สึกประทับใจในตัวคุณขวัญ จึงคิดอยากจะสานความสัมพันธ์มากขึ้น ก่อนวันที่คุณขวัญจะเดินทางกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ชายหนุ่มจึงไม่รอช้ารีบตรงปรี่เข้าไปขอแลกเบอร์โทร.ทันที

จุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะความรักจึงเริ่มขึ้น เมื่อฝ่ายชายได้เบอร์โทรศัพท์ของฝ่ายหญิงแล้ว จึงได้เพียรโทร.หาคุณขวัญตลอดเวลา ถึงแม้ว่าค่าโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศจะแสนแพงเพียงใดก็ตาม แต่หาได้เป็นอุปสรรคต่อความรักของทั้งคู่ไม่ จากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งผ่านพ้นไป 1 ปีกับอีก 6 เดือนความรักก็สุกงอม และในวันที่ 6 ส.ค.2533 ทั้งคู่จึงตกลงใจรวมสองใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยการลั่นระฆังวิวาห์พร้อมกับพันธนาการของหัวใจที่ว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันตลอดไป

ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะใช้ระยะเวลาในการปลูกต้นรักเพียงแค่ปีเศษเท่านั้น แต่หลังจากชีวิตการแต่งงานได้ผ่านพ้นไปทั้งคู่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ทุกวันของทั้งคู่คือการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันตลอดเวลา

“ตอนแรกที่เราคิดจะขอเขาแต่งงาน เราก็คิดหนักเหมือนกันนะว่าเราจะอยู่กับผู้หญิงคนนี้ได้หรือป่าว เพราะตอนนั้นเราแต่งงานตอนอายุ 26 และคุณขวัญก็เพิ่ง 24 เอง ซึ่งถือว่าเด็กด้วยกันทั้งคู่ แต่สุดท้ายคำตอบที่เราได้ค้นพบก็คือ ผู้หญิงคนนี้แหละที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของเรา เพราะในทางกลับกันถ้าเราแต่งงานตอนที่อายุยังน้อย เราจะได้มีโอกาสเรียนรู้ชีวิตคู่ไปด้วยกันนานๆ” คุณหลานแจกแจง

หลายคนอาจมองว่า ชีวิตรักของทั้งคู่นั้นโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ช่างดูง่ายดายเสียเหลือเกิน เพราะมีพร้อมทั้งฐานันดรศักดิ์ และทรัพย์สมบัติ หากแต่ความจริงแล้วการที่คนสองคนจะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขนั้นไม่ได้ง่ายเลย สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือต้องพยายามปรับตัวเข้าหากันและเรียนรู้ถึงความต้องการซึ่งกันและกัน แม้แต่กระทั่งการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ชีวิตเพื่อรักษาความรักไว้ให้ยืนยาว

“เรารู้ดีว่าในช่วงนี้ผู้ชายที่อยู่ในวัย 40-60 ปีกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังหมดความมั่นใจในตัวเอง ดังนั้น ผู้ชายจึงพยายามบริหารเสน่ห์เพื่อเช็คดูว่าตัวเองยังดูดีอยู่หรือไม่ ซึ่งปัญหานี้เราเห็นว่าเพื่อนคุณหลานเองก็กำลังประสบอยู่ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่าคุณหลานเป็นด้วยหรือไม่ (หัวเราะ) แต่สิ่งหนึ่งที่ขวัญทำได้คือ พยายามใช้เวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุด เช่นทุกวันนี้จากที่เราเป็นคนไม่ชอบออกกำลังกายเลย ก็ต้องไปฝึกหัดตีกอล์ฟ เพื่อที่จะได้ไปออกรอบตีกอล์ฟเป็นเพื่อนเขา หรือไปฝึกหัดเล่นกีฬาที่เขาชอบ ซึ่งขวัญคิดว่ามันก็จะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เรามีโอกาสใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น” คุณขวัญพูดพลางหันไปสบตากับสามี

ปล่อยให้ภรรยาพูดมาเสียยืดยาวคุณหลานจึงพูดขึ้นมาบ้างว่า “ความรักมันต้องเปิดใจกว้างให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง อย่าไปยึดถือมาก บางอย่างคนเราไม่เหมือนกันอยู่แล้ว คนเราต่อให้รักกันมากแค่ไหนก็ยังมีบางสิ่งที่ไม่ถูกใจกัน แต่เราก็ต้องยอมรับในความแตกต่างและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน”

ในการใช้ชีวิตคู่ของแต่ละคู่นั้น ต่างก็มีกฎอันเป็นหลักยึดเพื่อไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งพลัดหลงไป แต่สำหรับคู่นี้กฎเกณฑ์ใดๆ ย่อมไม่มีความหมายเท่ากับคำว่า “ขอโทษ”เมื่อกระทำผิดพลาดลงไป

“วิธีเคลียร์ปัญหาของเราสองคนคือ ต้องพูดคำว่า “ขอโทษ” ไว้ก่อน ใครผิดใครถูกไม่สำคัญ ถ้าอยากให้ปัญหามันเบาลงก็ต้องพูดคำนี้ ส่วนใหญ่แล้วขวัญจะเป็นคนพูดคำนี้ก่อน แล้วค่อยคุยเหตุผลทีหลังว่าทำไมถึงมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เพราะสิ่งสำคัญของการใช้ชีวิตคู่ คือเราต้องยอมรับในความแตกต่าง และพร้อมกล่าวคำขอโทษเมื่อทำผิด และสิ่งที่จะตามมาหลังจากนั้นก็คือ “การให้อภัย” ซึ่งขวัญคิดว่าไม่มีเรื่องไหนที่คนรักกันจะให้อภัยกันไม่ได้ เราต้องอดทนค่ะ” คุณขวัญแจกแจง

เมื่อถูกถามว่าตั้งแต่วันแรกที่พบกันจนถึงวันนี้วันไหนที่รู้สึกประทับใจที่สุด ซึ่งทั้งคู่ประสานเสียงตอบพร้อมกันว่า “ทุกวันคือวันพิเศษ ถ้าเราได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ”

ก่อนการสนทนาอันหอมหวานจะจบลง ทั้งสองได้ฝากข้อคิดสำหรับคู่รักทุกคู่และคนที่กำลังเริ่มมีความรัก รวมไปถึงคนที่ใฝ่หาในรักแท้ด้วยว่า

“ผู้หญิงกับการมีแฟนก็เหมือนการเสี่ยงโชค เราจะไม่มีวันรู้เลยว่าเขาคนนั้นเป็นอย่างไร จนต้องลองมาใช้ชีวิตร่วมกันว่า เขาจะเหมือนกับตอนแรกที่เข้ามาหรือป่าว เพราะฉะนั้น ผู้หญิงต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่ถ้าชีวิตคู่ไม่เป็นไปดั่งตั้งใจก็อย่าไปเสียใจเพราะอย่างน้อยที่สุดเราก็ทำดีที่สุดแล้ว”

ส่วนคุณหลานเองก็แนะนำคุณผู้ชายนักรักทั้งหลายว่า “ผู้ชายอย่ามีฟอร์มมากเพราะสุดท้ายแล้วเราก็คงไม่สามารถรักษาภาพเหล่านั้นไว้ได้ตลอด ฉะนั้น ผู้ชายต้องเปิดใจกว้างและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะความรักเป็นเรื่องของคนสองคน มันจะดีหรือไม่ดีก็ต้องขึ้นอยู่ที่ว่าคนสองคนทำดีหรือยัง”

ถึงแม้ว่าการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อความรักเกิดขึ้นแล้วเราจำเป็นที่จะต้องหาหนทางรักษาความรักให้อยู่กับเรายาวนานที่สุด

...ขอให้หัวใจของคนมีรักทุกดวงได้อิ่มเอมกับความรักในทุกรูปแบบ ตลอดเทศกาลแห่งความสุขนี้

 

-------------------------

 

 

 

 


 

 

 

 
    ส่งหน้านี้ให้เพื่อน   พิมพ์หน้านี้
 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  www.manager.co.th

จำนวนคนอ่านหน้านี้  

 
 Wedding in Thailand Home | My Wedding | Planning | Fashion | Beauty | Just Married | Travel | Shopping | Web Board | Newsletter | Advertise | Contact Us
 Wedding Planner Co., Ltd. 169/86 Ratchadapisek Rd. , Dindang Bangkok 10400  Tel : 02 692 9178-9 , 089 113 3833 , 085 164 8292 >Fax : 02 692 9179   Contact : info@wedding.in.th
Office Wedding Cartoon  Animation Tel : 081 551 2265 , 082 566 9622
 Copyright 2003-2009 Wedding Planner Co.,Ltd.